วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ทะเลที่สวยที่สุดในโลก

1. หาดไวท์เฮเวน, ประเทศออสเตรเลีย

            ณ เกาะวิธซันเดย์ ประเทศออสเตรเลีย มีชายหาดที่ขึ้นชื่อว่ามีทรายขาวสะอาดที่สุดในโลกอยู่ที่นั่นด้วย แถมยังเป็นหนึ่งในทะเลที่มีธรรมชาติสมบูรณ์มากที่สุดอีกต่างหาก จากการที่เดินทางได้โดยเรือเท่านั้น ปราศจากที่พักบนเกาะ และยังห้ามนำสุนัข รวมทั้งบุหรี่เข้าไปอีกด้วย มันจึงเป็นเหมือนเกาะที่ตัดขาดจากโลกภายนอกที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ดี แม้คุณจะชื่นชมความขาวสะอาดของทรายที่นี่มากแค่ไหน ก็แอบตักกลับไปไม่ได้หรอกนะ เพราะอาจเจอค่าปรับสูงสุดตั้ง 5 พันเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.4 แสนบาทเลยทีเดียว


หาดไวท์เฮเวน, ประเทศออสเตรเลีย

            2. หาดพูนาลู, สหรัฐอเมริกา

            หาดทรายสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันมารวมตัวชมทิวทัศน์ด้วยกันที่ชายหาดพูนาลูแห่งนี้ โดยสาเหตุที่ทรายบริเวณนี้เป็นสีดำสนิทเกิดมาจากการที่หินลาวา ซึ่งยังคงร้อนระอุมาเจอกับน้ำทะเล แล้วหลอมละลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จนเป็นผืนทรายกว้างขวางในที่สุด และนอกจากทรายสีดำแล้ว เต่าทะเลที่อาศัยอยู่เต็มหาดไปหมด ยังเป็นสิ่งน่าสนใจอีกอย่างที่ทำให้ทะเลแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่โปรดของเหล่านักท่องเที่ยวอีกด้วย


หาดพูนาลู, สหรัฐอเมริกา

            3. หาดนังวี, ประเทศแทนซาเนีย
            เมื่อคุณเดินอยู่บนชายหาดในนังวี หมู่บ้านชาวประมงของเกาะแซนซิบาร์นี้ คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเงียบสงบของธรรมชาติ และผืนทรายนุ่มเนียนละเอียด พร้อมน้ำทะเลสีฟ้าใสในทันที เพราะมันเป็นหนึ่งในชายหาดที่มีโรงแรมและสิ่งก่อสร้างน้อยที่สุดก็ว่าได้ จากการที่คนในหมู่บ้านรณรงค์ให้มนุษย์รุกรานสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เพื่อรักษาความเงียบสงบของที่นี่เอาไว้ แม้ปัจจุบันจะมีการสร้างอควาเรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมเพิ่มเติมบ้างแล้วก็ตาม


หาดนังวี, ประเทศแทนซาเนีย

          4. อ่าวทรังก์, สหรัฐอเมริกา
             อ่าวทรังก์ในหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยเกาะหลัก 3 เกาะ คือ เกาะเซนต์ครอย, เกาะเซนต์จอห์น และเกาะเซนต์ทอมัส ซึ่งความงามของอ่าวนี้ทำให้นักท่องเที่ยวแห่แหนกันมาเป็นจำนวนมากทุกปี จากการที่มีธรรมชาติใต้น้ำอันสวยงาม ที่ใครได้ลองมาใช้บริการดำน้ำที่นี่ดูสักครั้งเป็นต้องติดใจไปตาม ๆ กัน ซึ่งถ้าใครอยากรู้ว่าที่นี่มีอะไรพิเศษทำให้คนชื่นชมกันขนาดนี้กันแน่ ปีหน้าก็อย่าพลาดไปเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสความงามของทะเลแห่งนี้ด้วยตัวเองนะคะ

อ่าวทรังก์, สหรัฐอเมริกา

          5. ชายหาดซานตาโมนิกา, สหรัฐอเมริกา

             นอกจากน้ำทะเลสีฟ้าครามแสนสวยแล้ว ชายหาดซานตาโมนิกาในรัฐแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ ยังมีสิ่งน่าสนใจอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะวิวพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่น่าประทับใจเสียจนหลาย ๆ คนอดใจกดชัตเตอร์เก็บภาพความสวยงามเอาไว้ไม่ได้ และอีกอย่างที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็คือชิงช้าสวรรค์ที่ตั้งอยู่บริเวณชายหาดนั่นเอง เรียกได้ว่าใครมาแล้วไม่ได้ถ่ายรูปกับชิงช้าสวรรค์นี้ ถือว่ามาไม่ถึงเชียวล่ะ

ชายหาดซานตาโมนิกา, สหรัฐอเมริกา

         6. อ่าวมาหยา, ประเทศไทย

             พูดถึงชายหาดต่างประเทศมาแล้ว ก็กลับมาดูหาดสวย ๆ ในบ้านเรากันบ้างดีกว่า ซึ่งหาดที่เราพูดถึงนั้น ก็คือ อ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่นั่นเอง โดยอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวนี้ ถูกโอบล้อมด้วยหินปูนสีเทา ตัดกับน้ำทะเลสีเขียวใสที่มองลงไปเห็นผืนทราย เกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงามจับตา ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพากันมาเที่ยวไม่ขาดสายอยู่ทุก ๆ ปี เห็นไหมล่ะว่าการจะไปท่องเที่ยวในที่สวย ๆ งาม ๆ ไม่จำเป็นต้องไปไกลให้เสียทั้งเงินและเวลาเลย เพราะบ้านเราก็มีทะเลสวย ๆ ไม่แพ้ที่ไหนด้วยเหมือนกันนะ
 
อ่าวมาหยา, ประเทศไทย

          7. หาดนาวาจิโอ, ประเทศกรีซ

              หากใครต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบโจรสลัดเหมือนในหนังย้อนยุค ก็ต้องลองมาที่นี่ดูสักครั้ง เพราะอีกชื่อของหาดนาวาจิโอนี้ ก็คือ Shipwreck Beach จากการที่มันมีซากเรือแตกขนาดใหญ่ทอดตัวอยู่บนหาดทรายสีขาว ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้นักท่องเที่ยวแทบทุกคนที่มา ต้องถ่ายรูปเก็บไว้ซะหน่อย เพื่อให้ตัวเองได้เก๊กท่าเป็นโจรสลัดเท่ ๆ แบบในหนังดูสักครั้ง อีกทั้งมันยังเคยมีประวัติเป็นสถานที่ลักลอบขนสินค้าหนีภาษี รวมถึงค้ามนุษย์มาก่อนในยุค 80 อีกด้วย

หาดนาวาจิโอ, ประเทศกรีซ

           8. หาดคัดมัธ, ประเทศอินเดีย

              ถ้าใครคิดจะไปที่นี่ก็คงต้องจองคิวกันยาวสักหน่อยนะ เพราะที่เกาะคัดมัธในลักษทวีป ของประเทศอินเดียนี้ มีโรงแรมอยู่แค่โรงแรมเดียวเท่านั้น แถมยังพักได้จำนวนจำกัดแค่ 50 คนอีกต่างหาก การจะจองโรงแรมไว้พักระหว่างเที่ยวชมจึงไม่ใช่เรื่อง่าย ๆ แน่ แต่ถ้าเทียบกับความสวยงามของท้องทะเลที่นี่แล้วล่ะก็ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ เพราะนอกจากน้ำทะเลสีฟ้างดงามแล้ว จุดเด่นของที่นี่ก็อยู่ตรงที่แนวปะการัง ที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกนั่นเอง
 
หาดคัดมัธ, ประเทศอินเดีย

ภาพจาก Kadmat Island

 
          9. หาดพลาญ่า เมดีน่า, ประเทศเวเนซุเอลา
              ท้องทะเลสีเขียวมรกต รับกับต้นปาล์มเขียวชอุ่มที่ขึ้นอยู่มากมายริมหาด ทำให้หาดพลาญ่า เมดีน่า ของเมืองประมง ริโอ คาริเบ ไม่ต่างไปจากสวรรค์บนดินเลยทีเดียว คนที่ได้มาจึงสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติอันงดงามของที่นี่ได้อย่างเต็มที่ จนแทบจะไม่อยากกลับไปสัมผัสแสงสีวุ่นวายในเมืองให้เวียนหัวอีกเลย ไม่เชื่อก็ต้องลองมาสัมผัสด้วยตาตัวเองดูสักครั้งนะคะ

หาดพลาญ่า เมดีน่า, ประเทศเวเนซุเอลา

ภาพจาก Blog Centro Venezolano

         10. อันเช่ ซอส ดิ เอเจนท์, สาธารณรัฐเซย์เชลล์
             ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามลงตัวของชายหาดแห่งนี้ รับรองว่าจะทำให้คนที่มาทึ่งจนประทับใจไปตาม ๆ กันแน่นอน เพราะที่นี่มีครบทุกอย่างที่คุณมองหาตามท้องทะเลอันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเลใสแจ๋ว ทรายเนียนละเอียดราวกับผงแป้งสีขาว ต้นปาล์ม และโขดหินใหญ่ ที่จัดวางเรียงกันอย่างลงตัว จนแทบจะนึกว่าถูกจัดแต่งขึ้นมาด้วยฝีมือมนุษย์ เสียมากกว่าเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติด้วยซ้ำ

อันเช่ ซอส ดิ เอเจนท์, สาธารณรัฐเซย์เชลล์

        11. หมู่เกาะโบรา โบร่า, ประเทศเฟรนช์โปลินีเซีย

             แน่นอนว่าหมู่เกาะโบรา โบร่า ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม ก็ต้องมีรายชื่อติดด้วยอยู่แล้ว นอกจากนี้ บังกะโลแบบส่วนตัวพร้อมบริการดำน้ำชมความงามของทะเลอย่างใกล้ชิด ยังทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ฮันนีมูนในฝันของบรรดาคู่รักทั้งหลายอีกด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะพาแฟนไปสวีทหวานที่ไหนดี การควงแขนกันไปพักผ่อนชมหมู่เกาะโบรา โบร่า สักหน่อยก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ

หมู่เกาะโบรา โบร่า, ประเทศเฟรนช์โปลินีเซีย 
        12. หาดเฟทิเย, ประเทศตุรกี

             นับว่าที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากที่สุดในประเทศตุรกี โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ที่นักท่องเที่ยวมากมายจะพากันมาเล่นน้ำทะเล แถมนอกจากการชื่นชมน้ำทะเลสีฟ้าสดแล้ว เมืองเฟทิเยยังเป็นที่หลับใหลของสุสานพระเจ้าอามินตัสอันงดงามซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ 350 ปีก่อนคริสตศักราชอีกด้วย ดังนั้นหลังจากเล่นน้ำให้ชื่นใจ ก็อย่าลืมแวะไปชมความวิจิตรประณีตของศิลปะอันเก่าแก่นี้ด้วยนะคะ
 
หาดเฟทิเย, ประเทศตุรกี

        13. กลาสบีช, สหรัฐอเมริกา
             กลาสบีชที่นี่ เป็นกระจกสมชื่อเสียจริง ๆ จากการที่มีผืนทรายเป็นหินเม็ดเล็ก ๆ ที่หน้าตาคล้ายเศษกระจกสี จนมองแล้วอดหวาดเสียวเท้าไม่ได้ว่าหากเผลอไปเหยียบเข้า อาจบาดเท้าจนเป็นแผลหมดสนุกไปเลยก็ได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วมันเนียนละเอียดจนไม่ทำอันตรายเลยสักนิดเสียด้วยซ้ำ คนที่มาเล่นน้ำที่นี่จึงสามารถชื่นชมมันได้โดยไม่ต้องกลัวเจ็บตัว แถมยังมีน้ำทะเลใสแจ๋วให้เล่นกันอีกต่างหาก

กลาสบีช, สหรัฐอเมริกา

ภาพจาก Nate Maas.com

         14. หาดพาลาวัน, ประเทศฟิลิปปินส์

              แม้ว่าเมื่อพูดถึงทะเลดัง ๆ ในเอเชีย หาดพาลาวันของประเทศฟิลิปปินส์อาจจะไม่ใช่สถานที่ซึ่งคนนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ แต่ที่จริงแล้วมันน่าสนใจไม่แพ้ที่ไหน ๆ เลย โดยฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีหมู่เกาะนับพัน โดยเฉพาะชายหาดในจังหวัดพาลาวัน ที่มีเทือกเขาสูงรอบ ๆ หาด อีกทั้งยังสมบูรณ์จนพบเห็นปลาและปะการังได้ โดยไม่ต้องพายเรือไปถึงจุดดำน้ำเลยทีเดียว

หาดพาลาวัน, ประเทศฟิลิปปินส์
 
         15. หาดเดอร์เนส, ประเทศสกอตแลนด์
              ถึงแม้ว่าชายหาดของที่นี่จะไม่ได้มีต้นปาล์มสูงใหญ่เหมือนกับที่อื่น แต่ก็มีสิ่งแปลกตามีเอกลักษณ์ที่ทำให้ชายหาดแห่งนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนใครด้วยเช่นกัน โดยมันเป็นชายหาดที่มีหญ้าขึ้นเขียวชอุ่มเต็มผืนทราย มองแล้วเป็นวิวที่โดดเด่นสะดุดตา แถมยังดูอุดมสมบูรณ์มาก ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าสวยไม่แพ้ที่ไหน ๆ เลยจริง ๆ แถมการชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นริมหาดยังขึ้นชื่อมากเสียด้วย อย่างไรก็ดี สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของชายหาดแห่งนี้คงหนีไม่พ้น ถ้ำสมู..ถ้ำทะเลที่รวมน้ำจืดและน้ำเค็มไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ซึ่งก็คือด้านทางเข้าที่เป็นน้ำทะเล, ส่วนที่สองซึ่งมีน้ำตกอยู่ภายใน และส่วนที่สามซึ่งมีลำธารน้ำจืดสายเล็ก ๆ ไหลเวียนอยู่

หาดเดอร์เนส, ประเทศสกอตแลนด์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น