วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

ประโยชน์ของการนอนเร็วก่อน 4 ทุ่ม

ถ้าปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาเป็นคนนอนเร็วขึ้น ก่อน4 ทุ่มก็จะช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้นถึง 9 ประการ
1. สมองสร้างเคมีฯที่มีประโยชน์กับอวัยวะ
ต่างๆของร่างกาย สมองเป็นส่วนสำคัญในการแจกงานให้อวัยวะต่าง ๆ แม้แต่เวลานอนก็ยังทำให้ร่างกายได้รับ เคมีนิทรา (เมลาโทนิน), เคมีสุข (ซีโรโทนิน),ฮอร์โมนเพศและเคมีหนุ่มสาว(โกรทฮอร์โมน)แถมยังมีเคมีบำรุงออกมาควบคุมระบบในตัวเราให้ทำงานราบรื่น ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น ทำให้ดูอ่อนเยาว์ สร้างเกราะป้องกันอาการป่วยได้ด้วย
2. สมองมีความจำดีขึ้น
การศึกษาจากสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) ระบุว่า คนที่นอนหลับได้แค่ราว 4 ชั่วโมงต่อคืน ติดต่อกันนาน ๆ มีผลต่อความจำและสมาธิมากขึ้น นั่นก็เพราะเวลาเรานอน สมองจะมีกลไกช่วยจัดระเบียบคล้ายกับการแยกอีเมลขยะออกไป แต่ถ้าเราอดนอน เราจะรู้สึกมึน ลืมง่าย หรือไม่ก็ลิ้นพันกัน คิดอย่างพูดอย่าง
3. คุมความดันโลหิตได้ การนอนหลับเร็ว จะช่วยให้ระบบประสาทอัตโนมัติทั้งหลาย และกลไกทางชีววิทยาที่เป็นเหมือนฟันเฟืองขนาดจิ๋วทำงานซับซ้อนช่วยควบคุมหัวใจ และความดันโลหิตให้สงบลง ไม่แกว่งขึ้นลงง่ายเหมือนกับตอนตื่นนอน
4. ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ
การนอนไวช่วยซ่อมแซมร่างกายที่สึกหรอ ช่วยให้สมองได้พักผ่อน กล้ามเนื้อคลาย ตัว หัวใจสงบขึ้น ความดันลดลง
5. ได้ล้างพิษ เวลาที่เรานอนจะเป็นช่วง เวลาที่อวัยวะอย่าง ตับ ไต ลำไส้ ซึ่งเป็นอวัยวะที่ช่วยล้างพิษทำงานได้ดีขึ้น
6. ไม่อ้วนง่าย การนอนเร็วช่วยคุมน้ำหนัก ตัวได้ดีกว่า อีกทั้งยังกระตุ้นเตาเผาใน ร่างกายให้ทำงานได้ดี ช่วยให้ไม่อ้วนง่าย ไม่สร้างเคมีเก็บไขมันมากด้วย
7. มีสุขภาพดีขึ้นถ้าเรานอนให้เร็วขึ้น เรา จะได้นอนอย่างเต็มอิ่ม ร่างกายและสมอง ได้พักผ่อน ความจำดี มีสมาธิ มองอะไร ก็มีความสุขได้ง่ายขึ้น
8. โรคไม่กำเริบ การนอนไวไม่เสี่ยงต่อ
โรค กำเริบโดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ความดันสูง เบาหวาน ภูมิแพ้ โรคเครียดซึมเศร้า และโรคมะเร็ง
9. ชะลอความแก่ นอนตั้งแต่หัวค่ำ เพราะ แค่นอนก็ช่วยเสริมสร้างความหนุ่มสาว และช่วยให้หลับสนิททั้งหลายไม่ทำร้ายร่างกายก่อนวัยอันควร จึงป้องกันความเสื่อมชรา

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ยูโรสตาร์

ยูโรสตาร์ (อังกฤษEurostar) เป็นรถไฟความเร็วสูงที่ให้บริการในยุโรปตะวันตก เชื่อมต่อระหว่างลอนดอนและเคนต์ ในสหราชอาณาจักร กับปารีสและลีลในฝรั่งเศส และบรัสเซลส์ในเบลเยียม นอกจากนั้นยังให้บริการจากลอนดอนไปยังดิสนีย์แลนด์รีสอร์ตในปารีส และอีกหลายจุดหมายปลายทางตามแต่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยวิ่งผ่านอุโมงค์รถไฟลอดใต้พื้นทะเลช่องแคบอังกฤษ และฝรั่งเศส
รถไฟยูโรสตาร์เป็นขบวนรถไฟจำนวน 18 โบกี้ วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (186 ไมล์ต่อชั่วโมง) สร้างโดยบริษัทอัลสธอม ประเทศฝรั่งเศส โดยใช้เทคโนโลยีของรถไฟเตเฌเว (TGV) ในการพัฒนา ให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1994 ระหว่างลอนดอน ปารีส และลอนดอน บรัสเซลล์ ส่วนขบวนรถที่วิ่งระหว่างปารีส บรัสเซลล์ ให้บริการโดยรถไฟตาลิส และรถไฟเตเฌเว
สถานีหลักของยูโรสตาร์ที่ประเทศอังกฤษ คือสถานีนานาชาติเซนต์แพงครัส (St Pancras International) ในลอนดอน และอีกสองสถานี คือสถานีนานาชาติเอปสฟลีท (Ebbsfleet International) และสถานีนานาชาติแอชฟอร์ด (Ashford International) ในเมืองเคนท์ ส่วนสถานีในประเทศฝรั่งเศสคือสถานีกาแล เฟรทุน (Calais-Fréthun) และสถานีลีล-ยุโรป (Lille-Europe) และสถานีหลักคือสถานีปารีส นอร์ท (Gare du Nord) ในปารีส สถานีที่ประเทศเบลเยี่ยมคือสถานี Midi/Zuid ในบรัสเซลล์ นอกจากนี้ยังให้บริการจากลอนดอนไปยังดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท และอีกหลากหลายจุดหมายปลายทางในฝรั่งเศส ตามแต่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง รถไฟยูโรสตาร์ได้ร่วมบริหารโดยการรถไฟแห่งชาติฝรั่งเศส (SNCF) การรถไฟแห่งชาติเบลเยี่ยม (NMBS/SNCB) และบริษัทยูโรสตาร์ ของอังกฤษ (EUKL) ซึ่งเป็นบริษัทสาขาของ London and Continental Railways (LCR) ซึ่งเป็นเจ้าของระบบรางรถไฟความเร็วสูงและสถานีในฝั่งประเทศอังกฤษ รถไฟยูโรสตาร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในการเดินทางระหว่างเมืองที่ให้บริการ โดยมีผู้โดยสารต่อปีมากกว่าทุกสายการบินรวมกันในจุดหมายเดียวกัน

ยอดเขามงบล็อง

มงบล็อง (ฝรั่งเศสMont Blanc) หรือ มอนเตเบียนโก (อิตาลีMonte Bianco) ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับประเทศอิตาลี เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ มีความสูง 4,807 เมตร ทั้ง "มงบล็อง" และ "มอนเตเบียนโก" ต่างมีความหมายว่า "ภูเขาสีขาว" สภาพทั่วไปของยอดเขามีร่องรอยการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง ยอดเขามงบล็องมีรูปร่างยอดขรุขระ เพราะเกิดจากการโกงตัวของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นคือ แผ่นเปลือกโลกแอฟริกากับแผ่นเปลือกโลกยูเรเชีย แต่หินบริเวณที่โก่งตัวกลับเป็นหินทรายกับหินปูน ยอดเขาสูงบริเวณเทือกเขาแอลป์จึงสึกกร่อนได้ง่าย จึงเป็นสาเหตุให้ยอดเขามงบล็องก็มียอดแหลมขรุขระ เพราะโดนสภาพอากาศและธารน้ำแข็งกัดกร่อนมาเป็นเวลานานหลายล้านปี สภาพภูมิอากาศของยอดเขามงบล็องเป็นแบบเมติเตอร์เรเนียน บนยอดมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของอิตาลีและฝรั่งเศส



วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ดอกลาเวนเดอร์

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการท่องเที่ยวหลากหลาย ชอบเที่ยวเทศกาลอะไรมีให้ทุกเดือนครับ แต่ในเร็วๆ นี้ ช่วงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี จะมีเทศกาลแห่งความสวยงามของดอกไม้ นั่นก็คือ ดอกลาเวนเดอร์ ที่เกาะฮอกไกโด ครับ 

เกาะฮอกไกโดเป็นเกาะที่อยู่ช่วงเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาวจึงหนาวจัดมาก ส่วนฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน อากาศก็เย็นสบาย จึงเป็นเสน่ห์ทำให้เที่ยวได้ทั้งปี แน่นอนครับ ช่วงฤดูร้อน มิถุนายน – สิงหาคม จึงเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยอะ นอกจากอากาศดีแล้ว ผู้คนยังไม่แออัด เป็นเมืองใหญ่จนเกินไป การจราจรก็สะดวกสบาย อาหารการกิน ก็แสนจะอร่อย ถ้าใครชอบรับประทานอาหารญี่ปุ่น ที่ฮอกไกโด เป็นสถานที่หนึ่งที่ถือว่าอร่อยสุดๆ เพราะที่นี่อาหารสดจากทะเล ทั้งสดและคุณภาพดี แถมพ่วงท้ายด้วยราคาถูกแสนถูก แต่สิ่งที่กำลังจะพูดต่อไปนี้ คือ เทศกาลที่หนึ่งปี มีครั้งเดียวครับ นั่นคือ ช่วงดอกลาเวนเดอร์ บานสะพรั่งทั้งทุ่ง ถือเป็นไฮไลต์ ของช่วงฤดูร้อน บนเกาะฮอกไกโดกันนะครับ
เมืองเล็กๆ ที่อยู่บนเกาะนี้ ชื่อเมือง ฟูราโน เป็นเมืองที่สร้างความสวยงาม ของทุ่งลาเวนเดอร์ ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะดอกลาเวนเดอร์ จนทำให้มีคนพูดถึงต่อๆ กันจนทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเมืองนี้ ในช่วงเดือนกรกฎาคม กันมากมายทีเดียวครับ การเดินทางไปเมืองนี้ก็ไม่ยาก ถนนหนทางสะดวกสบาย แถมยังมีขบวนรถไฟด้วยนะครับ และขบวนรถไฟก็ยังแต่งแต้มให้สวยงามสดใส เข้ากับดอกลาเวนเดอร์ กันตั้งแต่ออกเดินทางกันเลยครับ 

เค้าบอกกันว่า ลาเวนเดอร์แห่งนี้ มีประวัติเริ่มโด่งดังมาตั้งแต่ พ.ศ. 2466 ในช่วงแรกนิยมปลูกกันหลายรูปแบบ และปลูกดอกไม้หลากหลายพันธุ์ จนถึงปี พ.ศ. 2501 ได้มีการปลูกลาเวนเดอร์กันอย่างจริงจัง เพราะได้มีการค้นพบ ในการนำมาสกัดเป็นน้ำหอมได้ พร้อมทั้งนำมาเป็นส่วนผสม ของสินค้าอื่นๆ เช่นสบู่ โลชั่น และสินค้าต่างๆ อีกมากมาย หลายสิบรายการ จึงทำให้ลาเวนเดอร์ ขยายพื้นที่ในการปลูกด้วยความรวดเร็ว และทำให้ผู้คนเห็นความสวยงามของทุ่งลาเวนเดอร์มากขึ้นที่เมือง ฟุราโน แห่งนี้ 

ในภายหลังไม่ว่าคนท้องถิ่น หรือนักท่องเที่ยว จึงแอบเฝ้ารอที่จะถ่ายภาพ กับทุ่งลาเวนเดอร์ที่มีดอกบานสะพรั่ง เพราะสีของดอกลาเวนเดอร์ เมื่ออยู่บนภาพถ่ายแล้ว จะมีเอกลักษณ์ของสี และความสวยงามของทุ่งอย่างชัดเจน

ชีสชนิดต่างๆ

มอซซาเรลล่า (Mozzarella) 

ของเก่าเล่ายี่ห้อนั้นต้องทำจากนมควาย ซึ่งจะเรียกติดปากว่า Mozzarella di Bufala
บ้านเรารู้จักมอซซาเรลล่าที่นำไปทำพิซซ่าเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะเนื้อแน่นแข็งกว่า
ของชาวอิตาเลียนต้นฉบับ สมัยนี้ชีสจากนมควายชนิดนี้มีการทำเลียนแบบเกลื่อน
กลาดด้วยนมวัว แต่ไม่มีทางเหมือนต้นฉบับนมควายแท้ๆ แบบไม่พร่องมันเนยนี้เลย 
แม้ว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่านมควายมีรสชาติเป็นอย่างไร ถึงกระนั้นเมื่อได้ลองชิม
ชีสคำแรกก็จะบอกได้ทันทีว่า ชีสนี้ทำจากนมที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน สีของชีสขาว
เหมือนกระเบื้องชั้นดี มีรูปทรงกลมและมีผิวบางๆ 

คาม็องแบร์ต (Camembert)

เป็นชีสฝรั่งเศส เกิดที่แคว้นนอรมังดี นักทานบางคนอ้างว่าได้รสของแอปเปิ้ลใน
ชีสชนิดนี้ เป็นชีสที่มีสี กลิ่น รส เนื้อ หน้าตาใกล้เคียงกับชีสที่ชื่อว่า บรี (Brie) 
คาม็องแบร์จะขายทั้งก้อนกลมๆไม่ใหญ่มาก หรือขายครึ่งวงกลม คาม็องแบร์ตมี
รูปทรงเป็นวงล้อ เนื้อจะแข็งเมื่อแช่เย็น แต่จะนิ่มและไหลยืดนิดๆเมื่ออุ่นขึ้น เหมาะ
กับทานกับขนมปัง ผลไม้ ถั่วต่างๆ และควรทานที่อุณหภูมิห้อง เป็นชีสที่ทำจาก
นมวัวพาสเจอร์ไรส์

บรี (Brie)

หน้าตาใกล้เคียงกับคาม็องแบร์ตมาก แต่บรีมักจะทำก้อนใหญ่กว่า และขายเป็น
แว่นสามเหลี่ยม บรีรสเข้มกว่าคาม็องแบร์ต เหมาะกับการทานกับแชมเปญ

ร็อคฟอร์ต (Roquefort)

เป็นบลูชีสโบราณจากแคว้นรูเอิร์ก ซึ่งเป็นแคว้นเล็กๆทางใต้ของฝรั่งเศส ชีสนี้เทียบเคียง
ได้กับชีสสติลตั้นของอังกฤษ กับชีสกอร์กอนโซล่าของอิตาลี ถือว่าเป็นสามทหารเสือแห่ง
บลูชีสเลยทีเดียว และเป็นชีสที่สร้างมาตรฐานให้กับบลูชีสชนิดอื่นๆ ร็อคฟอร์ตทำจากนม
แกะดิบ ซึ่งเป็นคู่แข่งตัวดีกับนมวัวพาสเจอร์ไรส์ ร็อคฟอร์ตจะมีการหมักบ่มอย่างเป็นธรรม
ชาติในถ้ำแห่งค็องบาลู เป็นเวลาอย่างน้อยสามเดือน เพื่อให้ได้รสชาติเข้มลึก สมาคมร็อค
ฟอร์ตเป็นผู้คุ้มครองคุณภาพของชีสชนิดนี้ และทำเครื่องหมายติดว่าเป็นชีสร็อคฟอร์ตของ
แท้ไม่ปลอมปน ด้วยตราแกะสีแดง สร็อคฟอร์ตเป็นชีสเนื้อนุ่ม ไม่มีผิวแข็งๆ และค่อนข้าง
เกาะกันเป็นก้อนร่วนๆ ตัดขายเป็นเสี้ยววงกลม ราคาค่อนข้างแพงกว่าอย่างอื่นๆ  ทานกับ
แอปเปิ้ลเปรี้ยวๆ หรือหักเป็นก้อนๆ ใส่สลัดใบเอ็นไดว์ผสมกับลูกวอลนัต บางทีก็เอาไปทำ
น้ำสลัดแบบข้นได้ 

เพโคริโน่ (Pecorino) 

เป็นชีสที่ทำจากนมแกะบริสุทธิ์ และแต่งรสด้วยไวน์ แต่แอลกอฮอล์ระเหยหายไปหมดแล้ว 
เพโคริโน่เป็นชีสที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก และสามารถสืบย้อนประวัติกลับไปได้ยาว
นานถึง 2000 ปีทีเดียว ไปจนถึงยุคที่อาชีพหลักของอิตาลีคือการเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้า ประวัติ
ความเป็นมาของไวน์ก็ยาวนานไม่แพ้กัน ดังนั้นเมื่อนำไวน์กับชีสชนิดนี้มารวมกัน ก็นับเป็นคู่
ขวัญที่ลงตัวอย่างเพอร์เฟ็ค มีการทำเพโคริโน่ผสมพริกป่น รสเผ็ดจากพริกป่นนี้จะทำให้คัน
คอนิดๆ แต่ไม่ทำให้เผ็ดที่ในปาก พริกป่นจากพริกอิตาเลียนชื่อว่า เปเปอโรนชิโน่ ที่ลักษณะ
เหมือนนิ้วมือนางและเผ็ดทัดเทียมกับพริกเม็กซิกันที่เรียกว่า ฮาลา กระบวนการหมักบ่มชีสนี้
ใช้เวลาสามเดือน เป็นชีสเนื้อแข็งเหมาะกับการฝานเป็นชิ้นๆ หรือขูดให้ป่น คำว่า Pecorino 
ในภาษาอิตาเลียนหมายความว่า นมแกะ มีเพโคริโน่บางรุ่นที่เรียกว่า Pecorino Romano 
เพื่อเป็นการบอกว่าสืบสานต้นตำนานมาแต่สมัยโรมันครองเมือง ชีส เพโคริโน่ โรมาโน่ 
ทั้งหมดนี้ทำในแคว้น Lazio แคว้น Tuscany หรือแคว้น Sardinia ในช่วงเดือนพฤศจิกายน
ถึงมิถุนายน ทั้งสามแว่นแคว้นนี้มีลักษณะทุ่งเลี้ยงสัตว์คล้ายกัน และเลี้ยงแกะพันธุ์เดียวกัน
ทำให้ได้รสชาติสม่ำเสมอทั่วหน้ากัน ชื่อ Pecorino Romano นี้ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครอง
โดยสมาคมของอิตาลี ทั่วประเทศอิตาลีมีการทำชีสเพโคริโน่นี้มากมายไปหมด เพโคริโน่มี
สีเหลืองซีดและมีผิวเป็นสีดำพริกไทยหรือน้ำตาลเข้ม เป็นชีสที่เหมาะกับการขูดใส่หน้า
พาสต้า ซุป หรือสลัด หากจะทำเป็นของหวานก็ฝานเป็นแผ่นๆ หรือหั่นเป็นก้อน และโรยด้วย
น้ำผึ้ง ทานกับลูกแพร์สุก

พาร์มิจาโน่ เร็กจิอาโน่ (Parmigiano Reggiano)

ถือกำเนิดเมื่อเจ็ดศตวรรษก่อนในจังหวัดของอิตาลีที่ชื่อว่า พาร์ม่า เมืองเร็กกิโอ้ เอมิเลีย 
เมืองโมเดน่า และส่วนหนึ่งของเมืองโบโลญญ่า และส่วนหนึ่งของเมืองมันทัว เมืองเหล่านี้
เหมือนถูกสวรรค์กำหนดให้สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ในท้องทุ่งที่สมบูรณ์แบบวิเศษสุด ทำให้เกิด
นมที่สุดพิเศษ ได้ชื่อย่านนี้ว่า "Zone Tripica" ช่างทำชีสแห่งท้องถิ่นมีกระบวนการทำชีสนี้
อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่เคยดัดแปลงวิธีการติดต่อกันมานับ 700 ปี ไม่มีการใช้สารกันบูด 
ไม่มีการใช้เครื่องจักร ไม่มีเครื่องมืออะไรทั้งสิ้น แค่ใช้นมสดอันแสนหวานที่ได้มาจากวัวที่สุข
ภาพเป็นเลิศ จากนั้นก็ใช้วิชาช่างฝีมือทำชีสแบบโบร่ำโบราณ แล้วปล่อยให้ธรรมชาติดูแล
เป็นเวลา 18 ถึง 36 เดือน การทานชีสนี้ให้ถูกหลักคือ ให้ซื้อเป็นก้อน ห่อด้วยกระดาษไข 
ไม่แน่นมากเกิน และเก็บให้ห่างอาหารกลิ่นแรง และขูดหรือหั่นเท่าที่ต้องการทานในแต่ละ
ครั้ง ชีสขูดแล้วขายนั้นเป็นขวดๆ หรือห่อๆ นั้นไม่อร่อยเท่าชีสก้อน เพราะเสียรสอันพิเศษไป
พาร์มิจาโน่ เรกจิอาโน่ เป็นชีสแสนอร่อย รสเข้ม รุ่นที่แก่สุด 36 เดือนนั้นมีสีทองเข้ม และ
เนื้อกรอบเป็นก้อนเหมือนแก้วคริสตัล รสเข้มและมีสัมผัสของผลไม้ นิยมเสิร์ฟเป็นก้อน ทาน
กับลูกมะเดื่อ หรือเป็นของว่างทานกับเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย ร้านขายชีสชั้นดีบางทีก็นิยมขาย
พาร์มิจาโน่ เร็กจิอาโน่เป็นชุดๆ มีหลายๆรส ทั้งแบบชีสแก่และชีสอ่อน ดื่มกับไวน์แดงอิตาลี
คิอันติ หรือ คาแบร์เน่ต์ เข้ากันดีมาก แล้วยังมีพาร์มิจาโน่ เร็กจิอาโน่ ที่ทำจากวัวที่มีขนสีแดง 
อีกด้วย ว่ากันว่ามีมันเนยสูงกว่าวัวอื่นๆ และให้โปรตีนสูงกว่าด้วย 

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก

1.ชายหาดสุดระทึก Maho Beach - Saint Martin
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
ชาย หาดมาโฮ หาดสุดเสียวบนเกาะเซ้นท์มาร์ติน ในประเทศเนเธอร์แลนด์ เหตุเพราะชายหาดมีอาณาเขตติดกับสนามบิน St Maarten ดังนั้นระหว่างเริงร่าอยู่ริมหาดจะมีเครื่องบินโฉบเฉี่ยวอยู่เหนือศีรษะคุณ ให้ระทึกเป็นระยะๆ
2 .ชายหาดเปลือกหอย Shell Beach – Shark Bay, Australia
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
ชาย หาดเปลือกหอยอยู่ในอ่าวชาร์ก (Shark Bay) ประเทศออสเตรเลีย ชื่อ Shell Beach มาจากการที่มีเปลือกหอยเล็กๆปกคลุมอยู่เต็มหาด ด้วยเพราะน้ำทะเลมีความเค็มสูง ประกอบกับสภาพภูมิอากาศและพื้นที่เหมาะที่ประชากรหอยจะขึ้นมาอาศัยอยู่
 3 .ชายหาดแก้ว Glass beach – California, America
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
ชาย หาดแก้วแห่งนี้ เดิมที่เป็นที่ทิ้งขยะของรัฐแคลิฟอร์เนีย หลายสิบปีผ่านไป ขยะที่เป็นเศษแก้วถูกคลื่นซัดสาดหายไป จนกลายเป็นชายหาดแสนสวยอย่าวน่าอัศจรรย์
 4 .ชายหาดสีชมพู Pink Sand Beach – Bahamas
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
หาด ทรายสีชมพูนี้อยู่ในประเทศบาฮามาส สีชมพูนวลดั่งผลท้อนี้แท้จริงคือเปลือกหอยสีชมพูที่แตกละเอียด เมื่อต้องแสงแดดตอนเที่ยงก็ระยิบระยับ ยามพระอาทิตย์ตกดินลับขอบฟ้าก็ยิ่งขับสีชมพูบนผืนหาดให้ชัดเจน
 5 .หาดทรายสีดำ Punaluu Black Sand Beach – Hawai
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
หาดสีดำที่เกิดจากลาวาที่ไหลทะลักลงสู่ทะเลและเย็นตัวลง อีกทั้งที่นี่ยังมีชื่อเสียงว่าเป็นชายหาดของเต่าทะเลด้วย
 6. ชายหาดหาดทรายสีเขียว (Green sand beach) – Hawai
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
หาดทรายสีเขียวบนเกาะฮาวาย สีเขียวที่เห็นนั้นเป็นผลึกของหินโอลีวีน (Olivine) หรือแร่ของหินเพริโดไทต์ที่ผสมอยู่ในผืนทราย
 7 .ชายหาดขาวที่สุดในโลก Hyams Beach – Australia
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
ชายหาดทางตะวันออกของออสเตรเลีย ซึ่งได้รับการบรรทึกลงใน Guinness Book ว่าเป็นชายหาดที่ขาวที่สุดในโลก ด้วยเม็ดทรายละเอียดเนียนดั่งผงแป้ง เดินเล่นสุดนุ่มเท้า
 8. ชายหาดซากโบราณ Tulum Beach – Mexico
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
ชายหาดตูลัมบนคาบสมุทรยูคาตาน (Yucatan Peninsula) ประเทศแม็กซิโก กวักมือเรียกนักท่องเที่ยวได้ด้วยซากปรักหักพังของชาวมายาโบราณที่ทำให้หาดแห่งนี้น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
 9. ชายหาดที่ยาวที่สุดในโลก Coxbazar beach – Bangladesh
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
ชายหาดที่ได้รับการขนานนามว่ายาวที่สุดในโลกด้วยความยาว 120 กิโลเมตร ส่วนลำดับที่ 2 คือหาดคุจูคุริฮามะ ของประเทศญี่ปุ่นที่มีความยาว 60 กิโลเมตร
 10 .ชายหาดแพนกวินว่ายน้ำ Boulders beach - South Africa
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
ชายหาดแห่งนี้เป็นบ้านของแพนกวินแอฟริกา เราจะได้เห็นแพนกวินเดินสวนเล่นอยู่หาด บ้างก็ลงไปว่ายเริงร่าโต้คลื่น ดูเพลิดเพลินทีเดียว
 11 .ชายหาดแมวน้ำ Childrens pool beach – America
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
หาดทรายขาวธรรมชาติในซานติอาโก้ ที่เจ้าแมวน้ำอ๋งอ๋งจองเต็มพื้นที่แล้ว คนไม่มีสิทธิ์เข้ามา
12. ชายหาดรถวิ่งได้ Chirihama-Nagisa drive way – Japan
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
ปกติชายหาดมีไว้สำหรับให้คนได้ทำกิจกรรมความเพลิดเพลินต่างๆในยามมาเที่ยวทะเล โดยไม่มีรถหรือยานพาหนะใดๆเข้ามาได้ แต่สำหรับที่จิริฮามะ เราสามารถขับรถยนต์, ขี่มอเตอร์ไซด์ เข้าไปชมวิวสวยๆได้ บางทีอาจมีรถบัสคันใหญ่ผ่านเข้ามาด้วย
 13 .ชายหาดออนเซ็น Hot water beach – Newzealand
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
ชายหาดบนเกาะทางเหนือของนิวซีแลนด์ ยิ่งในช่วงเวลาน้ำลง ผู้คนจะมารวมตัวกันมากมาย และขุดหลุมหาดทรายให้เป็นสปาส่วนตัว
 14 .หาดโขดหิน Moeraki Boulders Beach – Newzealand
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
ชายหาดที่เต็มไปด้วยโขดหินกลมๆ ที่บางก้อนใหญ่และหนักถึง 3 ตันเลยทีเดียว
 15 .ชายหาดและทะเลที่เล็กที่สุดในโลก Playa de Gulpiyuri beach – Spain
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
วิวที่เห็นอยู่นี้อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าที่มีระยะทางห่างจากชายฝั่ง 100 เมตร นี่ไม่ใช่ทะเลสาบ หากแต่เป็นน้ำเค็ม เป็นทะเลจริงๆ ถ้ำแคบๆที่เชื่อมต่อจากทะเลสามารถดูดน้ำทะเลเข้าไปได้
16. ชายหาดที่เต็มไปด้วยเสาหิน  Giants Causeway Beach, Ireland
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
Giants Causeway Beach นี้เป็นชายหาดที่เต็มไปด้วยเสาหินกว่า 40,000 แท่ง และยังได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1986 บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของไอร์แลนด์เหนืออีกด้วย ใครที่อยากไปเที่ยวที่นี่ต้องระวังหินทิ่มขากันสักหน่อย
17. ชายหาดในถ้ำ Cave Beach in Algarve, Portugal
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
นี่คือความสวยงามของถ้ำทะเลในโปรตุเกส เป็นอีกชายหาดหนึ่งที่ไว้มาชิลล์ๆ เบาๆ ชมความสวยงามของทะเลโปตุเกส
18. ชายหาดธารน้ำแข็งเย็นสุดขั้ว Jokulsarlon, Iceland
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
18 ชายหาด แปลกที่สุดในโลก อย่าเพิ่งตายหากยังไม่ได้ไป !!
โจกุลซาลอน เป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์อยู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติสเกฟตาลเฟลล์ (Skeftalfell National Park) และเมืองฮอฟน์ (Höfn) นักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่นี่จะเห็นน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ ที่ละลายลงมาจากภูเขาน้ำแข็งด้านบน และไหลลงสู่ทะเล