วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 10 อันดับแรกในลอนดอน


Buckingham Palace
พระราชวังบั๊กกิ้งแฮม เป็นที่ประทับของพระราชินีของอังกฤษ และเป็นศูนย์กลางของราชวงศ์มาตั้งแต่ปี 1837 ... ในแต่ละวันจึงมีผู้คนไปอยู่รอบๆพระราชวังอย่างมากมาย ด้วยหวังว่า หากโชคดีอาจจะได้เห็นพระราชินีและหมู่ราชวงศ์
Houses of Parliament
สภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษ รู้จักกันในชื่อ Palace of Westminster เป็นสถานที่ที่การตัดสินใจที่สำคัญๆทางการเมืองของประเทศเกิดขึ้นที่นี่
สถานที่แห่งนี้เป็นที่ประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (House of Commons) และสมาชิกของสภาสูง (House of Lords) ที่ได้รับการแต่งตั้ง ... ผู้คนมักจะมาที่นี่เพื่อชมหอนาฬิกาอันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของลอนดอน นั่นคือหอนาฬิกา Big Ben
Tower of London
หอคอยแห่งลอนดอนอายุกว่า 900 ปีแห่งนี้ เป็นมากกว่าหอคอยธรรมดาๆ ... ที่นี่ เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 18 เอเคอร์ ... ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่นี่เคยเป็นพระราชวัง สถานที่คุมขัง โรงกษาปณ์ และแม้แต่เป็นสวนสัตว์
หอคอยแห่งลอนดอน เป็นที่เก็บทรัพย์สมบัติที่ล้ำค่าของอังกฤษ เช่น มงกุฏที่ประดับด้วยเพชรพลอยมูลค่ามหาศาล .. ที่ดูแปลกๆก็คือมีฝูงกาอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย ..
มีทหารในชุดแต่งกายสมัยโบราณแบบ Yeoman Warders ดั้งเดิม ที่บ้างเรียกกันว่า Beefeaters คอยดูแลรักษาความปลอดภัย
Tower Bridge
ใกล้ๆกับหอคอยแห่งลอนดอน เป็นที่ตั้งของ Tower Bridge สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ที่โด่งดัง
สะพานแห่งนี้เปิดใช้งานในปี 1894 มีลักษณะเป็นสะพานแขวนผสมกับสะพานที่สามารถเปิดตรงกลางสะพานได้ ยามเมื่อต้องการให้เรือสูงๆแล่นผ่านไป-มา
London Eye
คงไม่มีวิธีใดที่จะเฝ้ามองกรุงลอนดอนในมุมสูงได้ดีไปกว่า การมองจากชิงช้าขนาดยักษ์สูงถึง 135 เมตรซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์
London Eye เปิดให้ผู้คนเข้าไปใช้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 1999 เพื่อเฉลิมฉลองและต้อนรับสหัสวรรษใหม่ หรือ the new millennium ... ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ที่นี่ได้กลายเป็นหมุดหมายที่สำคัญแห่งใหม่ของกรุงลอนดอน ในปัจจุบัน London Eye เป็นชิงช้าที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก
British Museum
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติของอังกฤษ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมีโบราณวัตถุที่เก็บไว้ที่นี่มากมาย ... รวมถึง หิน Rosetta มี่โด่งดัง มัมมี่โบราณของอียิปต์ และรูปปั้นเลื่องชื่อของกรีก
ที่สำคัญที่สุดคือ ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ย่อยๆและแกลเลอรี่อีกหลายแห่งในพื้นที่เดียวกัน ให้เดินชมและศึกษา คือ Natural History Museum, the Science Museum, the National Gallery, the Tate Modern and Tate Britain ... สามารถเข้าชมได้ฟรีค่ะ
St Paul's Cathedral
มหาวิหาร เซนต์ปอล ออกแบบโดย Christopher Wren เป็นวิหารในยุคศตวรรษที่ 17 เป็นเสมือนหนึ่งเพชรน้ำเอกแห่งวงการสถาปัตยกรรมของลอนดอน
ในช่วงระหว่างปี 1710 ถึง 1962 มหาวิหารแห่งนี้เป็นอาคารที่สูงที่สุดของเมือง และโดมของวิหารแห่งนี้ เป็นหนึ่งของโดมที่สูงที่สุดในโลก
The West End
หลังกลางวันที่เหน็ดเหนื่อยจากการท่องเที่ยว ขอแนะนำให้คุณๆไปปลดปล่อยความเมื่อยล้า ด้วยการนั่งสบายๆดูการแสดงในใจกลางลอนดอน ณ อาณาเขตที่มากมายด้วยโรงหนัง โรงละครของเมือง
West End นอกจากจะเป็นศูนย์กลางของการแสดง และชีวิตกลางคืนที่เปี่ยมสีสันในหลากหลายรูปแบบแล้ว ที่นี่ยังได้ชื่อว่า เป็นเขตที่มากด้วยร้านค้า และแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปอีกด้วย
Trafalgar Square
จตุรัส Trafalgar โด่งดังด้วยการมีเสา Nelson's Column อยู่ตรงกลางลาน เป็นจตุรัสที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ชื่อของจตุรัส เป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์สู้รบที่สมรภูมิแห่ง Trafalgar อันเป็นส่วนหนึ่งของสงครามนโปเลียน ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1805's
จตุรัสแห่งนี้มักจะถูกใช้เป็นศูนย์รวมของผู้คนเมื่อเกิดเหตุการณ์ประท้วง หรือการรวมตัวของชุมชนจากทั่วประเทศอังกฤษ
Westminster Abbey
Westminster Abbey เป็นวิหารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ด้วยถูกใช้เป็นสถานที่ในการประกอบพิธีเษกสมรสและสมรสของเหล่าสมาชิกของราชวงศ์อังกฤษมาแล้วถึง 16 ครั้ง รวมถึงเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ของราชวงศ์อังกฤษทุกพระองค์มาตั้งแต่ปี1066 AD
London's coolest hangouts
ลอนดอน เป็นแหล่งรวมของสถานบันเทิงฮิปๆ และสถานที่ที่เราสามารถไปนั่งชิลๆ ช้อปปิ้ง และดื่ม-กินได้อย่างสบายใจอยู่มากมาย ... ซึ่งปกติสถานที่เหล่านี้ต้องเข้าคิวนับชั่วโมงกว่าจะได้เข้าไปใช้บริการ
หลายแห่งเป็นแหล่งที่ผู้คนเลือกที่จะไปนั่งดื่ม-กิน ไปสัมผัสประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ที่เมืองแห่งนี้สรรหามาปรนเปรอผู้มาเยือน
Cool Places เป็นเว๊ปไซด์แห่งใหม่ที่ตั้งใจจะค้นหา รีวิว และแนะนำอังกฤษในแง่มุมของการเป็นสถานที่ที่ดีที่สุด อันจะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ... วันนี้ Cool Places ได้เลือกสถานที่ 12 แห่งเพื่อการดื่ม-กินและช้ปปิ้งสบายๆ ... ลองตามมาดูกันนะคะ
Boundary rooftop, Shoreditch
บาร์ ณ ชั้นบนสุดอันเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร Terence Conran นั้น มองแล้วเหมือนกับว่าน่าจะเป็นสถานที่ในใจกลางแมนฮัตตัน มากกว่าจะอยู่ในพื้นที่ทางตะวันออกของลอนดอน
บรรยากาศของที่นี่ คงจะทำให้คุณอยากจะนั่งจิบค๊อกเทลสีสวย ในขณะที่รอดูแสงสีของอาทิตย์อัสดง และดวงสุริยันยามลับหายไปกับเหลี่ยมมุมของ Shoreditch ... ความจริงแล้วทิวทัศน์แบบ 360 องศาพาโนรามาจากที่นี่ คุณจะสามารถมองเห็น Canary Wharf, the Gherkin และ the Barbican ด้วยค่ะ
บาร์แห่งนี้อยู่ท่ามกลางพื้นที่โล่งที่ประดับประดาด้วยรูปปั้นในสวน มีต้นมะกอก และ bay trees เป็นส่วนประกอบ
Episode, Camden
ร้าน Episode เป็นร้านในฝันสำหรับขาช้อปเสื้อผ้าแนววินเทจและย้อนยุค ซึ่งมีเสื้อผ้าที่จะยั่วเย้ากระเป๋าของคุณให้สั่นคลอน ไม่ว่าจะเป็นยีนส์คลาสสิก Levi 501 กระโปรงดิสโก หรือเสื้อเชิ๊ต Austin Powers
ร้านขายของมือสองน่ารัก น่ารักร้านนี้ ใช้สไตล์ของป้ายยี่ห้อสินค้าของตัวเองคือ Episode บนเสื้อผ้าที่คนไม่ชอบแล้วด้วยค่ะ
26 Chalk Farm Road, Camden Town, NW1 8AG. Call 020 7485 9927 or visit www.episode.eu.
Food Lab, Islington
Part café เป็นร้านกึ่งๆภัตตาคารและร้านขายส่วนประกอบในการปรุงอาหาร Liliana Tamberi อดีตนักร้องชาวอิตาเลียนที่ตอนนี้หันเหเปลี่ยนอาชีพมาเป็นเชฟ เป็นเจ้าของร้าน Food Lab เธอชื่นชอบอาหารสไตล์ทัสคานี จึงปรุงอาหารแนวนนี้จำหน่าย
คุณต้องมาแต่เช้าเพื่อรับประทานอาหารเช้าเมนู eggs royale เมนูเด็ดของร้านที่มีคนชื่นชอบมากมาย .. ส่วนกลางวันก็แวะมาดื่มกาแฟ ซื้อพาสต้าอร่อยๆแล้วนำมานั่งทานที่โต๊ะด้านนอกในวันอากาศดีๆของฤดูร้อน เช่นในเวลานี้ รับรองไม่ผิดหวังค่ะ
56 Essex Road, Islington, N1 8LR. Call 020 7226 1001 or visit www.moodforfood.co.uk.
Hackney Attic, Hackney
Hackney Attic เป็นร้านดนตรีใหม่สุด ณ ชั้นบนของโรงหนัง Picturehouse .. หน้าต่างกระจกโค้งของร้าน ทำให้มองเห็นศาลากลาง และความเคลื่อนไหวของเมืองด้านล่างได้อย่างชัดเจน
พื้นที่ของร้านที่ทอดยาวนั้น เป็นที่ตั้งของบาร์และเวทีเล็กๆที่ใช้แสดงดนตรีแนวคันทรี แจ๊ส เร็กเก้ ลาติน และดนตรีอัฟริกัน ... อีกทั้งยังมีการแสดงแนวคอมโมดี้  มีดีเจเลือกเพลงเพื่อเปิดให้ฟัง ผสมผสานไปกับการเชิญแขกไปร่วมแจมบนเวทีในบางครั้ง หรือฉายหนังสนุกๆให้ดู
Hackney Picturehouse, 270 Mare Street, Hackney, E8 1HE. Call 0871 902 5734 or visit www.picturehouses.co.uk.
Mudlarking under the Millennium Bridge
Millennium Bridge, EC4V 3PA
Mudlarking ใต้สะพาน Millennium Bridge มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 18th และ 19th เมื่อครั้งที่คนจนๆในลอนดอนไปขุดคุ้ยค้นหาสิ่งของที่อาจจะตกหล่นอยู่แถวนั้น เพื่อนำไปขายเลี้ยงชีพ ... ที่นี่จึงเคยเป็นเหมือนสถานที่ที่ผู้คนไปหวีผมให้กับชายหาด (beachcombing)
หากคุณมาเดินเล่นที่นี่ในปัจจุบัน คุณอาจจะไม่เจออะไรมากนัก แต่ก็ยังอาจจะพบสิ่งของโบราณอายุหลายร้อยปีอย่างง่ายดาย ... แต่ต้องขอเตือนนะคะว่า อย่าลงมือขุดค้นเชียวนะ เพราะหากจะทำเช่นนั้นได้ คุณต้องมีใบอนุญาติค่ะ และต้องเตรียมถุงมือประเภทใช้แล้วทิ้งเลยไปด้วยเยอะๆค่ะ
Stoke Newington Organic Farmers' Market, Stoke Newington
ตลาดของเกษตรกรที่หน้าวิหาร St Paul's แห่งนี้เจ๋งมากๆค่ะ และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนที่นิยมการจับจ่าย
สินค้าแทบทุกอย่างที่วางขายมาจากฟาร์มไบโอ หรือฟาร์มแบบออร์กานิกเล็กๆ ... คุณจะเห็นภาพของผู้คนต่อคิวยาวหน้ารถคนขายเนื้อสัตว์ เพื่อรอซื้อไส้กรอกที่ฮิตฮ๊อต ... คนที่ชอบทานอาหารชีวจิต วุ่นวายอยู่กับการเลือกซื้อผักสดใหม่ตามฤดูกาลจากแปลงผัก ก่อนจะหย่อนผักที่ซื้อแล้วเหล่านั้นลงในถุงช๊อปปิ้งที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ... เครื่องเทศและผักสำหรับเมนูสลัดที่มีแหล่งปลูกจากเค้นท์และแอสเซ็ก ก็มีขายที่นี่ด้วยค่ะ
St Paul's Church, Stoke Newington High Street, Stoke Newington, N16. Visit www.growingcommunities.org.
Parliament Hill Lido, Hampstead
หากคุณไม่อยากจะเดินทางไกลๆเพื่อไปแช่น้ำร้อนที่ Hampstead Heath's แล้วละก็ การได้นั่งแช่น้ำในสระยาว 200 ฟุต กว้าง 90 ฟุตของที่นี่ ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบค่ะ
Gordon House Road, Hampstead, NW5 1QR. Call 020 7332 3773.
Paul A Young, Soho
ที่นี่ เป็นโชว์เคสของโซโหเชียวค่ะ เป็นสถานที่ ที่ Paul Young อดีตเชฟชื่อดังที่หันมาเอาดีทางการปรุงช๊อกโกแลตในแบบพิเศษๆตั้งร้านขายปลีก
หากแวะมาที่นี่ คุณจะมีโอกาสเลือกของหวานที่หน้าตาเย้ายวน ที่วางขายอยู่บนโต๊ะไม้กลางร้าน ... ของหวานบางชนิดถูกห่ออย่างพิเศษสุดเป็นชิ้นๆ แต่มีหลายชนิดที่วางเปลือยๆ เผยรูปลักษณ์สีน้ำตาลที่ยั่วยวนต่อมลิ้มรส น่ากินเป็นที่สุด
เมนูที่เยี่ยมยอดเป็นที่นิยมที่สุด เห็นจะเป็น sea-salted caramels, passion fruit และ vanilla ganache และต้องไม่พลาด Aztec Hot Chocolate และ the love-or-hate-it Marmite truffles.
143 Wardour Street, Soho, W1F 8WA. Call 020 7437 0011 or visit www.paulayoung.co.uk.
Powder Room, Bethnal Green
Powder Room เป็นร้านสำหรับคนที่รักสวย รักงามในสไตล์รีโทร หรือวินเทจย้อนยุคนิดๆ
พนักงานต้อนรับของร้านนี้แต่งตัวในสไตล์ของยุค1950s ที่น่ารักมาก เป็นเครื่องแบบสีชมพูหวานๆ สวมหมวกเก๋ๆ ... สินค้ามีตั้งแต่ พัฟสำหรับแป้งทาหน้า ลิปติก และเครื่องสำอางอีกมากมาย นอกจากนี้ ที่นี่ยังให้บริการเสริมความงามแบบครบวงจร ทำเล็บ ทำผม ตัดแต่งขนคิ้ว
ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนน Columbia และมีลูกค้ามาเยือนเพื่อจับจ่ายกันอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ที่บริเวณนี้คึกคักสุดๆ ด้วยมีกิจกรรมของ Sunday flower market อีกทางหนึ่ง
136 Columbia Road, Bethnal Green, London E2 7RG. Call 0277291365 or visit www.thepowderpuffgirls.com
Bull & Last, Highgate
Bull and Last ยังคงคงสไตล์ Victorian boozer อย่างแท้จริง มี หัววัว เป็นสิ่งตกแต่งบนผนังในบาร์ที่เสริฟเครื่องดื่มแบบ real ales หลายรสชาติ
ที่นี่ มีชื่อในเรื่องของเมนูที่เลือกใช้เครื่องปรุงชั้นเลิศที่ดีที่สุดของอังกฤษ ที่จะทำให้วันสบายๆของคุณในลอนดอนสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ
168 Highgate Road, Dartmouth Park, NW5 1QS. Call 020 7267 3641 or visit www.thebullandlast.co.uk.
Open Kitchen, Hoxton
ภัตตาคารแห่งนี้สดใสด้วยเฟอร์นิเจอร์ของร้านในโทนสีเขียวและชมพู ดูดีมีสไตล์ เป็นร้านอาหารของบรรดานักศึกษาฝึกงานของสถาบัน London City Hospitality Centre
อาหารของร้านนี้มีทั้งรสชาติแบบบ้านๆสุดๆ ไปจนถึงรสชาติดีทีเดียว ... เครื่องปรุงที่ใช้มักจะเป็นของตามฤดูกาล หรือมาจากการแลกเปลี่ยน และมาจากแหล่งผลิตในพื้นที่เป็นส่วนใหญ่
ที่นี่เปิดขายอาหารกลางวันและอาหารเย็น รวมถึงเปิดสอนการทำอาหารทั่วไปในช่วงกลางคืนด้วย และมีคลาสพิเศษในการทำขนมปัง การเตรียมปลา และทักษะในการใช้มีดแต่ละประเภท
40 Hoxton Street, Hoxton, N1 6LR. Call 020 7613 9590 or visit www.openkitchen.biz.
Violet Cakes, Hackney
Violet Cakes เป็นร้านที่คุณจะพบเห็นเค๊กที่หน้าตาสวยเลิศที่สุด อาทิเช่น คัพเค็กที่ท๊อปปิ้งด้วยไอซิ่งที่ดูน่ากิน พาย Amish whoopie pies ที่มีหลากหลายรสชาติ ทั้งรสน้ำกุหลาบ และถั่ว pistachio ... นอกจากนี้ยังมีขนมขบเคี้ยวอีกมากมาย เช่น ginger and molasses cake

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

นกมานาคินปีกแถบขาว



ชาร์ลส์ ดาร์วิน กล่าวถึงนกมานาคินไว้ในหนังสือ การสืบเชื้อสายของมนุษย์ (The Descent of Man) ว่า “ความหลากหลายของเสียง...และความหลากหลายของวิธีการสร้างเสียงเหล่านั้นช่างน่าทึ่งยิ่งนัก ด้วยเหตุนี้ เราจึงเข้าใจได้ดีว่าเสียงเหล่านั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสืบพันธุ์” 

แต่กว่าเราจะเข้าใจกลไกของการสร้างบทเพลงเหล่านั้นก็ต้องใช้เวลาอีกกว่าหนึ่งร้อยปี มีนักปักษีวิทยาเพียงหยิบมือที่ศึกษานกมานาคินปีกแถบขาว (club-winged manakin) ซึ่งพบได้ในประเทศโคลอมเบียและเอกวาดอร์ แต่คงไม่มีใครเข้าใจพวกมันดีไปกว่า คิม บอสต์วิก อีกแล้ว เธอเป็นภัณฑารักษ์ผู้ดูแลเกี่ยวกับนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พิพิธภัณฑ์สัตว์มีกระดูกสันหลัง มหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University Museum of Vertebrates) บอสต์วิกผู้นี้เองที่ไขปริศนาของนกมานาคินปีกแถบขาวเพศผู้ได้สำเร็จ นกชนิดนี้ไม่เพียงโดดเด่นในหมู่นกมานาคินด้วยกัน แต่ยังเป็นมานาคินเพียงชนิดเดียวที่ใช้ขนสร้างเสียง ทิก ทิก ทิง เพื่อโปรยเสน่ห์ให้สาวหลงใหล

นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าปีกเป็นต้นกำเนิดเสียงก็จริง แต่ไม่รู้ว่ามีกระบวนการทำงานอย่างไร เพื่อไขปริศนานี้ บอสต์วิกใช้วิธีบันทึกการเคลื่อนไหวของนกด้วยกล้องวิดีโอที่เก็บภาพได้ 1,000 ภาพต่อวินาที เร็วกว่ากล้องวิดีโอธรรมดาถึง 30 เท่า การเล่นเทปสองสามเฟรมต่อวินาทีทำให้เธอพบคำตอบในที่สุด นั่นคือ นกตีปีกทั้งสองเข้าหากัน 107 ครั้งต่อวินาที หลังจากนำขนกลางปีก (secondary feather) ไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ บอสต์วิกพบว่า ปีกแต่ละข้างมีขนพิเศษเส้นหนึ่งที่มีกิ่งขนแยกกัน 7 กิ่ง ขนเส้นที่ห้าจะเสียดสีกับกิ่งขนเหล่านี้คล้ายกับการเกากีตาร์ด้วยปิ๊ก เพื่อให้ได้ระดับความถี่สูงอย่างน่าทึ่ง คือ 1,500 รอบต่อวินาที



วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ใบจิงโกะหรือแปะก๊วย


    ใบแปะก๊วย

    ใบแปะก๊วย

    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


              อีกหนึ่งสมุนไพรที่คนกำลังกล่าวถึงกันมากในขณะนี้ก็คือ "ใบแปะก๊วย" ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดจากทางตะวันออกของประเทศจีน และเชื่อกันว่า มีสรรพคุณบำรุงสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อมได้ เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ วันนี้กระปุกดอทคอม จะพาคนรักสุขภาพ ไปไขข้อข้องใจกันค่ะ

              สำหรับ "แปะก๊วย" (Ginkgo biloba : กิงโกะ บิโลบา) จะเรียกว่าเป็นพืชโบราณก็ว่าได้ เพราะถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 270 ล้านปีก่อน ในสมัยเดียวกับไดโนเสาร์ โดยคำภาษาจีน ออกเสียงว่า "หยินซิ่ง" ซึ่งแปลว่า ลูกไม้สีเงิน ต่อมาได้มีผู้นำ "แปะก๊วย" เข้าไปปลูกในประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า "อิโจว" หรือ "คินนัน" ซึ่งมีความหมายไม่แตกต่างกับประเทศจีน 

              ทั้งนี้เมื่อพูดถึง "แปะก๊วย" คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักเม็ดสีเหลือง ๆ ที่ใช้เป็นส่วนผสมของขนมหวานหลาย ๆ ชนิด ไม่ว่าจะเป็นบะจ่าง แปะก๊วยนมสด แปะก๊วยต้มน้ำตาล ฯลฯ มากกว่า "ใบแปะก๊วย" ซึ่งมีหลายคนบอกว่า จริง ๆ แล้ว "ใบแปะก๊วย" นี่แหละที่มีประโยชน์มากกว่าผลแปะก๊วยเสียอีก


    แปะก๊วย


    ว่าแล้วเรามารู้จัก "ใบแปะก๊วย" กันเลยดีกว่า

              "ใบแปะก๊วย" มีลักษณะเป็นใบสีเขียวแยกเป็น 2 กลีบ คล้ายใบพัด มีลักษณะพิเศษคือจะผลัดใบไม่พร้อมกันทุกต้น แต่เมื่อผลัดใบแล้ว ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้วร่วงจากต้นภายในไม่กี่วัน ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ครั้งแรก ตั้งแต่ปี ค.ศ.1436 หรือเมื่อประมาณเกือบ 600 ปีที่แล้ว ในสมัยราชวงศ์หมิง ประเทศจีน ปัจจุบัน ใบแปะก๊วย เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งในเอเชีย ยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา เพราะเชื่อกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะ

              ทั้งนี้ หากนำใบแปะก๊วยไปสกัดด้วยตัวทำละลาย จะได้สารสกัดไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) มีฤทธิ์้ต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ และยังมีสรรพคุณช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานขึ้นตา ป้องกันการเกิดแผลเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวาน 

              ส่วนผู้ป่วยโรคหอบหืด หากรับประทาน "ใบแปะก๊วย" ก็สามารถป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อหลอดลมได้ หรือใครที่มีอาการปวดขา การทาน "ใบแปะก๊วย" ก็ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังประสาทมือและเท้า ลดอาการปวดต่าง ๆ ได้เช่นกัน

              นอกจากนี้ ในปี ค.ศ.1996 มีการทดลองพบว่า "ใบแปะก๊วย" สามารถช่วยป้องกันอาการผิดปกติของการหายใจขณะขึ้นสู่ที่สูง (Asthma & Acute Mountain Sickness : AMS) ได้ รวมทั้งกำลังมีการศึกษาว่า "ใบแปะก๊วย" อาจมีสรรพคุณลดภาวะอาการหูอื้อลงได้ด้วย


    ใบแปะก๊วย


              ขณะที่การโฆษณาสรรพคุณของใบแปะก๊วยส่วนใหญ่ จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของประสิทธิภาพในการเพิ่มความจำ และบำรุงสมอง หลังจากเคยมีการวิจัยทางคลินิกบางแห่งพบว่า การสกัดใบแปะก๊วยนอกจากจะได้สารไบโอฟลาโวนอยด์แล้ว ยังจะได้สารไบโลบาไลด์ (Bilobalides) และกิงโกไลด์ (Ginkgolides) ซึ่งเชื่อกันว่า มีผลต่อความจำ และบำบัดอาการสมองเสื่อม เพราะสารทั้งสองตัวนี้ จะไปเพิ่มการหมุนเวียนโลหิตที่สมอง ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น จึงช่วยเรื่องความจำได้ดี โดยเฉพาะในผู้สูงอายุอาจจะสามารถป้องกันโรคความจำเสื่อม สมองฝ่อ อาการขี้หลงขี้ลืม วิงเวียนหน้ามืด โรคซึมเศร้าได้ด้วย 

              อย่างไรก็ตาม การวิจัยทางคลินิกหลายแห่งก็ยังไม่ได้สนับสนุนถึงสรรพคุณด้านนี้อย่างแน่ชัด โดยมีงานวิจัยบางแห่งกลับเห็นตรงกันข้ามว่า "ใบแปะก๊วย" อาจไม่มีความสามารถในการป้องกันอาการอัลไซเมอร์ หรือเพิ่มประสิทธิภาพความจำได้ ขณะที่งานวิจัยที่ระบุว่า "ใบแปะก๊วย" ให้ผลดีต่อสมอง ก็ยังมีข้อมูลไม่มากนัก ฉะนั้นแล้ว จึงยังไม่มีสถาบันใดออกมายืนยันชัดเจนถึงสรรพคุณข้อนี้ของ "ใบแปะก๊วย" จึงคงต้องรอการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมให้ได้ข้อมูลมากกว่านี้ต่อไป 

              แต่ถึงแม้สรรพคุณของ "ใบแปะก๊วย" ในด้านการบำรุงสมองจะยังไม่แน่ชัด แต่เราก็เห็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมใบแปะก๊วย ใบแปะก๊วยแคปซูล วางขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาดในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งในทวีปยุโรปเอง โดยเฉพาะในประเทศเยอรมัน การจะรับประทาน "ใบแปะก๊วย" ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น

              เช่นเดียวกับที่ประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ระบุข้อกำหนดในการใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วย ไว้ด้วยดังนี้

               1.ในการใช้สารสกัดแปะก๊วยเป็นยาแผนปัจจุบัน จะต้องมีข้อบ่งใช้สำหรับผู้ที่เป็นโรคเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ รวมทั้งโรคของหลอดเลือดในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวหนังผิดปกติ โดยให้รับประทาน 40 มิลลิกรัม วันละ 3-4 เม็ด

              ทั้งนี้ สารสกัดจากใบแปะก๊วยจัดเป็นยาอันตราย ต้องขายเฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบัน และไม่ให้มีโฆษณาสรรพคุณต่อสาธารณะ 

               2.ในการใช้สารสกัดแปะก๊วยเป็นยาแผนโบราณ ให้ขึ้นทะเบียนในลักษณะผสมกับสมุนไพรตัวอื่น ๆ ว่ามีสรรพคุณบำรุงร่างกาย และอนุญาตสรรพคุณของตำรับเป็นยาบำรุงร่างกาย

               3.ในการใช้สารสกัดแปะก๊วย เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม จะต้องได้รับใบสำคัญการใช้ฉลากอาหาร โดยอนุญาตเฉพาะที่มีขนาดรับประทานไม่เกินวันละ 120 มิลลิกรัม และจะต้องไม่ระบุสรรพคุณใด ๆ ในการบำบัดรักษาโรคเลย

    ใบแปะก๊วย


    อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อแนะนำไม่ให้ใช้ "ใบแปะก๊วย" กับคน 3 กลุ่ม คือ

               1.ผู้ที่ใช้สารป้องกันการเกิดลิ่มเลือด (Anti-coaggulant) เช่น ยา Warfarin , แอสไพริน , อิบูโพรเฟน และผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากใบแปะก๊วย มีผลทำให้เกิดเลือดออกตามร่างกายได้

               2.ผู้ป่วยที่ความดันสูง หรือความดันต่ำกว่าปกติ หรือใช้ยาอยู่ เพราะใบแปะก๊วยจะไปทำให้หลอดเลือดขยาย และลดความดันลง ซึ่งจะยิ่งทำให้ความดันต่ำลงมากเกินไปได้

               3.สตรีมีครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

              นอกจากนี้ ในบางคนหากทานใบแปะก๊วยมากเกินไป อาจได้รับผลข้างเคียง เช่น มีอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน กระสับกระส่าย ปั่นป่วนในระบบทางเดินอาหาร ระบบหายใจผิดปกติและหลอดเลือดผิดปกติ ผิวหนังมีอาการแพ้ เป็นต้น ซึ่งหากใครมีอาการลักษณะที่กล่าวมา ควรหยุดทานทันที

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557

10 อันดับประเทศที่ "อากาศดี" ที่สุดในโลก

1. สาธารณรัฐมอลตา


มอลตา ประเทศที่ไม่ค่อยคุ้นชื่อนัก สาธารณรัฐมอลตา เป็นประเทศหมู่เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของยุโรป  โดยอยู่ห่างจากเกาะซิซิลีของประเทศอิตาลีราว 60 ไมล์ สภาพอากาศที่มอลตาถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในยุโรป มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส ในเวลากลางวัน มีแสงแดดเฉลี่ยประมาณวันละ 5 ชั่วโมง ขณะที่หลายประเทศในยุโรปมีหิมะตกหนัก แต่มอลตากลับแทบไม่เคยได้สัมผัสหิมะเลย ที่มอลตาอาจมีฝนตกหนักบ้างบางช่วง แต่มักเกิดขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
2. สาธารณรัฐเอกวาดอร์


เอกวาดอร์ อยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ ตั้งอยู่ในบริเวณเส้นศูนย์สูตร พรมแดนทางตอนเหนือจรดโคลัมเบีย ทางตะวันออกและทางใต้ติดกับประเทศเปรู และมีชายฝั่งทางตะวันตกติดมหาสมุทรแปซิฟิก ด้วยความที่ตั้งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร เอกวาดอร์ จึงได้รับแสงแดดแบบเต็มๆ ถึงวันละ 12 ชั่วโมง ตลอดปี แต่เนื่องจากเอกวาดอร์มีสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกัน 3 ลักษณะ คือมีทั้งที่เป็นภูเขา ป่าฝน และพื้นที่แถบชายฝั่งทะเลแปซิฟิก ดังนั้นในแต่ละพื้นที่จึงมีสภาพอากาศที่แตกต่างกัน เช่น กิโต้ เมืองหลวงของประเทศเอกวาดอร์ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 9,350 ฟุต (2,849 เมตร) เป็นเมืองหลวงที่อยู่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก มีสภาพอากาศเหมือนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 24 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน และ 10-13 องศาเซลเซียสในช่วงเวลากลางคืน
 3. สาธารณรัฐเม็กซิโก


ประเทศเม็กซิโก ทิศเหนือติดสหรัฐฯ ทิศใต้ติดกัวเตมาลาและเบลิซ ทิศตะวันออกติดอ่าวเม็กซิโกและทะเลแคริบเบียน ส่วนทิศตะวันตกติดมหาสมุทรแปซิฟิกและอ่าวแคลิฟอร์เนีย เม็กซิโก มีสภาพอากาศที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความสูงของพื้นที่ กระแสลม และกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณชายฝั่งของเม็กซิโกมีภูมิอากาศแบบเขตร้อน ส่วนพื้นที่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 900 เมตรขึ้นไป จะมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็น ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยของเม็กซิโกจะอยู่ที่ประมาณ 40 นิ้ว และในบางช่วงของปีพื้นที่บริเวณอ่าวเม็กซิโก รวมถึงบริเวณชายฝั่งทะเลแคริบเบียนและแปซิฟิกอาจมีพายุเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นได้ ส่วนในบางพื้นที่แถบบาฮา และทางตอนเหนือของประเทศกลับแทบไม่มีฝนตกเลยตลอดทั้งปี
  4. สาธารณรัฐโคลัมเบีย


เนื่องจากประเทศโคลัมเบีย ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร สภาพอากาศโดยทั่วไปจึงมีลักษณะร้อนชื้นและมีอุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งปี หากจะมีอุณหภูมิแตกต่างไปจากเดิมบ้าง เพราะมีสาเหตุอันเนื่องมาจากฝนตกนั่นเอง ระดับอุณหภูมิของโคลัมเบียจะเริ่มตั้งแต่ร้อนมากบนพื้นที่ระดับน้ำทะเล และจะค่อยๆ มีอุณหภูมิต่ำลงบนพื้นที่ที่อยู่สูงขึ้นไป โดยพื้นที่ทางด้านตะวันออกของชายฝั่งทะเลแคริบเบียนและแปซิฟิก จะมีอุณหภูมิและความชื้นสูงตลอดทั้งปี มีปริมาณน้ำฝนต่อปีโดยเฉลี่ย 40 นิ้ว ส่วนพื้นที่บนภูเขาอากาศจะเย็นลงโดยมี ลม ระดับความสูง และลักษณะภูมิประเทศเป็นตัวแปรที่สำคัญ
 5. ประเทศออสเตรเลีย


ประเทศออสเตรเลีย ประกอบด้วยแผ่นดินหลักของทวีปออสเตรเลีย เกาะแทสเมเนีย รวมถึงเกาะอื่นๆ ในมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และมหาสมุทรใต้ ออสเตรเลีย มีหลายสภาพอากาศ แต่เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและทุรกันดาร มีขนาดทะเลทรายรวมกันใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกา พื้นที่ราว 40% จึงถูกปกคลุมด้วยเนินทราย จะมีเพียงดินแดนทางตอนใต้ด้านตะวันออกและตะวันตกเท่านั้นที่อากาศเย็นและมีผืนดินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ส่วนใหญ่ของออสเตรเลียมีแดดออกโดยเฉลี่ยมากกว่า 3,000 ชั่วโมง/ปี โดยในช่วงฤดูร้อน (ธ.ค.-มี.ค.) จะมีอุณหภูมิเฉลี่ย29 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงฤดูหนาว (มิ.ย.-ส.ค.) อุณหภูมิเฉลี่ยที่ 13 องศาเซลเซียส
  6. ประเทศอุรุกวัย


อุรุกวัย เป็นประเทศเล็กๆ ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ มีสภาพอากาศแบบกึ่งร้อนและชื้นในบางพื้นที่ มีฝนตกบ้างประปราย สภาพอากาศของอุรุกวัยในแต่ละพื้นที่ไม่แตกต่างกันมากนัก และเนื่องจากประเทศนี้ไม่มีภูเขาจึงทำให้มีกระแสลมพัดผ่านมาจากภูมิภาคอื่น  เช่น ในช่วงฤดูร้อนอากาศจะอุ่นถึงร้อน เพราะได้รับอิทธิพลของลมร้อนที่พัดมาจากประเทศบราซิล ส่วนในช่วงฤดูหนาวอากาศจะเย็นถึงหนาว จากกระแสลมที่พัดมาจากขั้วโลกเป็นตัวแปรสำคัญ ปกติ อุรุกวัย ไม่มีหิมะ แต่เคยมีหิมะตก 2 ครั้งในประวัติศาสตร์ ไม่เคยเกิดเฮอร์ริเคน สึนามิ แผ่นดินไหว และไม่มีสภาพอากาศที่หนาวจัด จึงสามารถเดินทางไปเยือนได้ตลอดเวลา ช่วงที่มีอากาศดีที่สุด คือ เดือนกันยายน-เมษายน ในช่วงฤดูร้อน อุรุกวัยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 22 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 11 องศาเซลเซียส
  7. สาธารณรัฐอาร์เจนตินา

อาร์เจนตินา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสภาพอากาศหลากหลายและแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่กึ่งร้อน กึ่งอบอุ่น ฝนตกชุก ไปจนถึงหิมะตก โดยตอนเหนือของประเทศจะมีลักษณะอากาศแบบกึ่งร้อน ขณะที่ตอนกลางอากาศจะร้อนชื้น ส่วนทางตอนใต้ของประเทศจะมีสภาพอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะบริเวณตอนใต้สุดของประเทศ ซึ่งจะมีลักษณะอากาศแบบแอนตาร์กติก คืออากาศแบบแห้ง เป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปี และที่น่ามหัศจรรย์คือ ในช่วงกลางของฤดูหนาว (เดือนมิถุนายน) จะเกิดปรากฏการณ์ “ซาน ควน ซัมเมอร์” คือ สภาวะอุณหภูมิสูงขึ้นผิดปกติเสมือนเป็นฤดูร้อนประมาณ 3-7 วัน ชาวอาร์เจนตินาจึงมักพากันออกมานอนอาบแสงแดดอันร้อนแรง ณ บริเวณจตุรัสใจกลางเมือง ทั้งๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงกลางฤดูหนาว
  8. สาธารณรัฐแอฟริกาใต้


สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มีหลายสภาพภูมิอากาศเช่นกัน นับตั้งแต่สภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ กึ่งร้อนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปจนถึงอากาศหนาวเย็นบริเวณที่ราบสูงตอนใน และสภาพอากาศแบบทะเลทรายทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ แต่โดยรวมพื้นที่ส่วนใหญ่ของแอฟริกาใต้จะมีอากาศแบบอบอุ่น แดดร้อนในตอนกลางวัน อากาศเย็นในยามค่ำคืน และมีฝนตกในช่วงฤดูร้อน (พ.ย.-มี.ค.) ขณะที่บริเวณตอนล่างทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ แถบเมืองเคปทาวน์กลับมีฝนตกในช่วงฤดูหนาว (มิ.ย.-ส.ค.) สภาพอากาศทางตอนเหนือและใต้ของประเทศแอฟริกาใต้มักไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 17 องศาเซลเซียส และ 17.5 องศาเซลเซียส
  9. สาธารณรัฐอิตาลี


อิตาลี มีลักษณะเป็นคาบสมุทรยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พื้นที่ร้อยละ 75 เป็นภูเขาและที่ราบสูง อิตาลี เป็นหนึ่งประเทศในแถบยุโรปที่มีอากาศดี แต่สภาพอากาศจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในแต่ละพื้นที่ บริเวณที่มีอากาศดีที่สุดในช่วงฤดูหนาว คือ แถบชายฝั่งอามัลฟี หรือที่เรียกว่า “อิตาเลี่ยน ริเวียร่า”รวมทั้งที่หมู่เกาะซิซิลีและซาร์ดิเนีย เพราะบริเวณดังกล่าวอากาศจะไม่หนาวมาก และไม่มีฝนตกหนัก ส่วนในช่วงฤดูร้อน ยิ่งลงไปทางตอนใต้ของประเทศมากเท่าไหร่ อากาศก็ยิ่งร้อนมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแคว้นปูเกลีย ซึ่งจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 27 องศาเซลเซียสในเดือนสิงหาคม
  10. สาธารณรัฐฝรั่งเศส


โดยทั่วไป ฝรั่งเศส เป็นประเทศที่มีอากาศเย็น แต่ก็มีสภาพอากาศที่หลากหลายและแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงฤดูหนาวอยู่ที่ 0-7 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย 16-24 องศาเซลเซียส สำหรับเมืองที่อยู่ตอนกลางและค่อนไปทางเหนืออย่าง กรุงปารีส นั้น จะมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นและมักมีฝนตก แต่อากาศจะค่อนข้างร้อนในช่วงฤดูร้อน ส่วนพื้นที่ในแถบตะวันออกอย่างแคว้นอัลซาซ แคว้นลอร์แรน รวมถึงบริเวณเทือกเขาแอลป์ เทือกเขาปีเรเนส์ และที่ราบสูงมาสซิฟ ซองตราล จะมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดในช่วงฤดูหนาว

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557

น้ำตกชิระอิโตะที่เมืองฟุจิโนะมิยะ

น้ำตกชิราอิโตะ(Shiraito Falls)

น้ำตกชิราอิโตะ(Shiraito Falls)

Shiraito Falls are a graceful expanse of waterfalls located north of Karuizawa. The falls are only 3 meters tall, but they are spread out over a 70 meter wide arch. Ground water spills out of the top of the arch in hundreds of little white strings from which the waterfall gets its name. The beautiful falls are a refreshingly cool setting, especially pleasurable in the summer. The area also has an abundance of wild vegetables in the spring, and the crimson colors of the maple trees are a beautiful sight in the fall.