วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หอไอเฟล


หอไอเฟล (ฝรั่งเศสTour Eiffelตูร์แอฟแฟลอังกฤษEiffel Tower) หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย
หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้ออกแบบ "กุสตาฟ ไอเฟล" ในปีพ.ศ. 2549 นักท่องเที่ยวกว่า 6,719,200 คนได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้[ต้องการอ้างอิง] และกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง[ต้องการอ้างอิง] ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชมมากที่สุดต่อปีอีกด้วย หอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น
เมื่อหอไอเฟลสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) หอไอเฟลกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกแทนที่อนุสาวรีย์วอชิงตัน และได้ครองตำแหน่งนี้มาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2473(ค.ศ. 1930) ก็ได้เสียตำแหน่งให้แก่ตึกไครส์เลอร์ (319 เมตร หรือ 1,047 ฟุต) ที่เพิ่งสร้างเสร็จ หอไอเฟลเป็นสิ่งปลูกสร้างสูงที่สุดในกรุงปารีส[6] และหากไม่นับรวมเสากระจายคลื่น หอไอเฟลเป็นสิ่งปลูกสร้างสูงที่สุดอันดับสองในฝรั่งเศส รองจากสะพานมีโย
หอไอเฟลมีความสูง 300 เมตร (986 ฟุต) ซึ่งไม่รวม เสาอากาศ 24 เมตร (72 ฟุต) ด้านบนนั้น ถ้าเปรียบเทียบกับตึกแล้วจะมีประมาณ 75 ชั้น ในขณะที่ก่อสร้างปี พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) หอไอเฟลนั้นเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดบนโลก โดยถูกล้มตำแหน่งเมื่อเมืองนิวยอร์กได้สร้าง ตึกไครส์เลอร์ สูง 319 เมตร (1047 ฟุต)
น้ำหนักเหล็กที่ใช้ก่อสร้างนั้นทั้งหมด 7,300 ตัน และถ้ารวมทั้งหมดก็เป็น 10,000 ตัน ส่วนจำนวนบันไดนั้นเปลี่ยนแปลงตลอด เมื่อแรกเริ่มนั้นมี 1710 ขั้น ในทศวรรษที่ 1980 มี 1920 ขั้น และในปัจจุบัน มี 1665 ชั้น
Tour Eiffel Wikimedia Commons.jpg



วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

กรุงมาดริด




มาดริด (สเปนMadrid) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสเปนมีประชากรอาศัยในตัวเมืองประมาณ 3.2 ล้านคน(ตัวเลขเมื่อปี 2005) และประชากรในเขตเมืองทั้งหมดประมาณ 6 ล้านคน (ตัวเลขเมื่อปี 2006) มาดริดยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดมาดริดด้วย
นายกเทศมนตรีกรุงมาดริดคนปัจจุบัน (2004) คือ อัลเบร์โต รูอิซ-กายาร์ดอน (Alberto Ruiz-Gallardón)
มาดริด
Skyline of มาดริด
ธงของมาดริด
ธง
ตราราชการของ มาดริด
Coat of arms
คำขวัญ: «Fui sobre agua edificada,
mis muros de fuego son.
Esta es mi insignia y blasón
»

("On water I was built,
my walls are made of fire.
This is my ensign and escutcheon")[1][2]
มาดริด is located in Spain
มาดริด
มาดริด
Location of Madrid within Spain
มาดริด is located in Madrid
มาดริด
มาดริด
Location of Madrid within the Community of Madrid
พิกัดภูมิศาสตร์: 40°23′N 3°43′W
Countryสเปน Spain
RegionCommunity of Madrid
FoundedPrehistory[3]
การปกครอง
 • ประเภทMayor-council
 • หน่วยงานAyuntamiento de Madrid
 • MayorAlberto Ruiz-Gallardón(PP)
พื้นที่
 • Land607 km2 (234 sq mi)
 • Metro10,506 km2 (4,057 sq mi)
Elevation667 m (2,188 ft)
ประชากร (2009)
 • City3,255,944
 • อันดับ1st
 • ความหนาแน่น5,375/km2 (13,920/sq mi)
 • มหานคร6,386,932
คำเรียกพลเมืองmadrileño/a, matritense
เขตเวลาCET (UTC+1)
 • Summer (DST)CEST (UTC+2)
Postal code28001 - 28080
รหัสพื้นที่34 (Spain) + 91 (Madrid)
Patron SaintsIsidore the Laborer
Virgin of Almudena
เว็บไซต์www.munimadrid.es

Fly Geyser หรือ น้ำพุลอยฟ้า

Fly Geyser หรือ น้ำพุลอยฟ้า อยู่ในรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา 
ปี คศ. 1916 Fly Geyser ก่อกำเนิดขึ้นด้วยฝีมือของนักขุดเจาะ เดิมเป็นบริเวณที่แห้งแล้งสร้างเพื่อกักเก็บน้ำ แต่สิ่งที่พยายามกักเก็บน้ำก็ยังไม่สำเร็จ เมื่อเวลาผ่านไปสถานที่แห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้าง แต่ด้วยความร้อนจากใต้พิภพและหลุมที่ขุดเจาะเอาไว้จึงทำให้เกิดเป็น Fly Geyser กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของรัฐเนวาดาในปัจจุบัน
ความสูงของมันก็ประมาณ 3 เมตรกว่า



Fly Geyser น้ำพุลอยฟ้า :

น้ำพุร้อนลอยฟ้า น้ำพุร้อนไกเซอร์ Fly Geyser

วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

ส้มโอมือ

ส้มมือ’ เป็นพันธุ์ไม้เก่าแก่ในตระกูลส้ม ซึ่งนับวันก็ยิ่งจะหาชมได้ยากยิ่ง และที่สำคัญเป็นส้มพันธุ์แปลกที่ไม่เหมือนส้มทั่วไป 

‘ส้มมือ’ หรือที่มักจะเรียกกันติดปากว่า ‘ส้มโอมือ’ เป็นชื่อส้มชนิดหนึ่ง ในวงศ์ Rutaceae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Citrus medica Linn.var.sarcodactylis Swing. เป็นพืชประเภทส้มที่เก่าแก่ที่สุด มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย 

ในประเทศอินเดียเรียกว่า ‘บารานิมบู’ (Bara nimbu) แต่พวกฝรั่งมักเรียกกันว่า ‘ส้มพระหัตถ์พุทธองค์’ (Buddha’s Hand) หรือ ‘ส้มนิ้วพระหัตถ์’ (Buddha’s Fingers) หรือชาวจีนเรียกว่า ‘ฝอโส่ว’ ซึ่งแปลว่านิ้วพระหัตถ์เช่นเดียวกัน 

เหตุที่เรียกเช่นนี้ก็เพราะรูปร่างของผลเจ้าส้มมือนี้ คล้ายดังพระหัตถ์หรือนิ้วพระหัตถ์ของพระพุทธเจ้า คือมีลักษณะเป็นนิ้วมือเรียวยาวห้อยลงมา ซึ่งแปลกกว่าส้มอื่นๆ ที่มีลักษณะกลม 

ต้นส้มมือหรือต้นส้มนิ้วพระหัตถ์ เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูงราว 3-6 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนามแข็ง ใบเป็นใบเดี่ยว รูปทรงรี หนา โคนใบมนกลม ปลายแหลมมน ใบค่อนข้างหนา ขอบใบหยัก ดอกสีขาว มีกลิ่นหอมมาก ออกเป็นช่อตามซอกใบ แต่ละดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลมีผิวขรุขระ มีร่องแฉกคล้าย นิ้วมือกว่า 10 นิ้ว เมื่อสุกจะมีสีเหลืองสด ภายในผลสีขาว ไม่มีเมล็ด 

เปลือกหนาคล้ายเปลือกส้มโอ ผิวเปลือกมีน้ำมันหอมระเหย กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นมะนาว ส่วนเนื้อแห้ง ไม่ฉ่ำน้ำ มักไม่นิยมนำผลมารับประทานสดเหมือนส้มทั่วไป แต่จะนำเปลือกไปใช้ประกอบในการปรุงอาหาร และทำยา เพราะมีสรรพคุณในการกระตุ้นหัวใจ บำรุงหัวใจ บำรุงตับ ทำให้เลือดลมดี ชาวตะวันตกรู้จักสรรพคุณของส้มมือมานานแล้ว จึงตั้งชื่อเป็นภาษาละตินว่า ‘medica’ หมายถึง สิ่งที่มีสรรพคุณทางยา 

ส่วนชาวจีนและญี่ปุ่นมักใช้ส้มมือเป็นผลไม้มงคลในพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนา รวมทั้งใช้เป็นเครื่องหอมดับกลิ่นด้วย ส่วนคนไทยสมัยก่อนก็คุ้นเคยกับส้มมือที่นำมาใช้ทำเป็นยาดม เรียกกันว่า ‘ยาดมส้มโอมือ’ ที่มีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ ใช้สูดดมบรรเทาอาการเป็นลม หน้ามืดตาลาย แต่สมัยนี้ยาดมส้มโอมือไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เพราะส้มมือที่นำมาใช้ทำยาดมนั้นหายาก มีปลูกกันไม่กี่แห่งเท่านั้น ประกอบกับกลิ่นของยาดมส้มมือไม่เป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน 
   

ประเทศลัตเวีย

   


ลัตเวีย (อังกฤษLatviaลัตเวียLatvija) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐลัตเวีย (อังกฤษRepublic of Latvia;ลัตเวียLatvijas Republika) เป็นประเทศในภูมิภาคยุโรปเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับอีก 2 รัฐบอลติก คือเอสโตเนียทางทิศเหนือ และลิทัวเนียและเบลารุสทางทิศใต้ จดรัสเซียทางทิศตะวันออก ส่วนทางทิศตะวันตกนั้น ลัตเวียมีอาณาเขตทางทะเลติดต่อกับสวีเดน กรุงรีกาเมืองหลวงของลัตเวียเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาเมืองที่อยู่ในกลุ่มรัฐบอลติก

สาธารณรัฐลัตเวีย
Latvijas Republika (ลัตเวีย)
ธงชาติตราแผ่นดิน

       



วันอังคารที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557

เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส


เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส (11 กันยายน ค.ศ. 1917 - 28 กันยายน ค.ศ. 1989) เป็นอดีตประธานาธิบดีคนที่ 10 ของฟิลิปปินส์เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965-ค.ศ. 1986 เป็นเวลา 31 ปี และพ้นจากตำแหน่งโดยการหลบหนีออกนอกประเทศ หลังการลุกฮือของประชาชน ในปี ค.ศ. 1986 ซึ่งนำโดยนางคอราซอน อากีโน ภริยาหม้ายของนายเบนิโญ อากีโน อดีตนักการเมืองฝ่ายค้าน โดยมีสาเหตุหลักมาจาก การปกครองแบบเผด็จการ รวมถึงการทุจริตคอรัปชั่นซึ่งเป็นเงินราวๆ 5-10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักการเมืองที่โกงมากที่สุดรองจาก ซูฮาร์โต[1]
เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส เสียชีวิตที่โฮโนลูลู ฮาวาย ขณะลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ก่อนเสียชีวิตกำลังถูกทางการฟิลิปปินส์ ยื่นเรื่องขออายัดทรัพย์สิน และดำเนินคดีในข้อหาใช้อิทธิพลคอรัปชั่น ในระหว่างดำรงตำแหน่งทางการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วัฒนธรรมของประเทศอังกฤษ

 คนอังกฤษนั้นขึ้นชื่อว่าเป็น “ผู้ดี” คือ มีบุคลิกที่เป็นทางการ และไม่เป็นเผยในที่สาธารณะ เช่น บนรถเมล์ หรือ รถไฟใต้ดิน คนอังกฤษจะไม่ค่อยคุยกับผู้โดยสารคนอื่น และเมื่อทำความรู้จักกันเป็นครั้งแรก พวกเขาจะแค่จับมือกันแทนที่จะสวมกอด ส่วนในโรงภาพยนตร์ โรงละคร หรือ ในฮอลล์ใหญ่ๆ  ผู้ชมจะเงียบระหว่างชมการแสดง ถือเป็นมารยาททางสังคมของเขาเชียวค่ะ จากพฤติกรรมนี้ ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวจึงคิดว่าคนอังกฤษนั้นไม่เป็นมิตร แต่จริงๆแล้วคนอังกฤษเป็นคนเห็นอกเห็นใจคนอื่น และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ แต่ก็มีบางแง่มุมที่คนอังกฤษจะไม่เป็นทางการนักเช่น การเรียกชื่อต้นของผู้ร่วมงาน แม้จะมีตำแหน่งหน้าที่ต่างกันก็ตาม แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ คือคนอังกฤษส่วนมากเป็นโรค sarcasm คือ ชอบพูดจาถากถางประชดประชัน หน้าตาก็จะไม่ค่อยยิ้ม ตาจะลอยๆเหมือนเพิ่งตื่น



การเป็นแขกในบ้านชาวอังกฤษ
          คนอังกฤษมักจะพบปะสังสรรค์กันในบ้าน แต่ถ้าไม่ได้สนิทสนมกับคนในครอบครัวของเขาแล้ว ก็ไม่ควรแวะเข้าไปโดยไม่ได้โทรศัพท์หรือแจ้งให้เขาทราบก่อน
          หากได้รับคำเชิญไปทานข้าวที่บ้านของคนอังกฤษ นั่นถือเป็นการนัดหมายที่แน่นอน และถือเป็นมารยาทที่ไม่ดี หากไม่ไปตามนัด ถ้าจำเป็นต้องยกเลิกการนัดหมายนั้น ต้องบอกให้เข้าของบ้านทราบทันทีที่เป็นไปได้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเตรียมอาหารไว้เผื่อ ถ้ามีอาหารที่ทานไม่ได้ ควรจะบอกให้เจ้าของบ้านทราบตอนที่รับคำเชิญ เขาจะได้จัดอาหารให้เหมาะสม
          ไม่ว่าคุณจะได้รับเชิญไปทานอาหารหรือพักอาศัยกับครอบครัวชาวอังกฤษ ก็ถือเป็นธรรมเนียมที่ต้องนำของขวัญเล็กๆน้อยๆไปฝากเจ้าของบ้านเช่น ดอกไม้ ช๊อคโกแลต ไวน์
          ถ้าพักอาศัยกับครอบครัวชาวอังกฤษ ควรจะร่วมโต๊ะอาหารให้ตรงเวลา และหากติดธุระมาร่วมทานอาหารไม่ได้ ก็ควรแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบก่อน
          ปกติคนอังกฤษทานอาหารกันวันละ 3 มื้อ คือ ตอนเช้า เรียกว่า “Breakfast” ตอนกลางวัน อาจจะเรียกว่า “Lunch” หรือ “Dinner” ขึ้นอยู่กับท้องถิ่น ซึ่งโดยปกติจะเป็นอาหารเบาๆ และตอนเย็นๆ ซึ่งเป็นอาหารมื้อหลักของวันนั้น เรียกได้ 2 แบบ คือ “Dinner” และ “Tea” ดังนั้น หากคุณได้รับคำเชิญไปทาน “Tea” ที่บ้านของใครสักคน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีแต่เพียงน้ำชามาเลี้ยงเท่านั้น แต่รวมถึงอาหารมื้อใหญ่ด้วย