วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

ส้มโอมือ

ส้มมือ’ เป็นพันธุ์ไม้เก่าแก่ในตระกูลส้ม ซึ่งนับวันก็ยิ่งจะหาชมได้ยากยิ่ง และที่สำคัญเป็นส้มพันธุ์แปลกที่ไม่เหมือนส้มทั่วไป 

‘ส้มมือ’ หรือที่มักจะเรียกกันติดปากว่า ‘ส้มโอมือ’ เป็นชื่อส้มชนิดหนึ่ง ในวงศ์ Rutaceae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Citrus medica Linn.var.sarcodactylis Swing. เป็นพืชประเภทส้มที่เก่าแก่ที่สุด มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย 

ในประเทศอินเดียเรียกว่า ‘บารานิมบู’ (Bara nimbu) แต่พวกฝรั่งมักเรียกกันว่า ‘ส้มพระหัตถ์พุทธองค์’ (Buddha’s Hand) หรือ ‘ส้มนิ้วพระหัตถ์’ (Buddha’s Fingers) หรือชาวจีนเรียกว่า ‘ฝอโส่ว’ ซึ่งแปลว่านิ้วพระหัตถ์เช่นเดียวกัน 

เหตุที่เรียกเช่นนี้ก็เพราะรูปร่างของผลเจ้าส้มมือนี้ คล้ายดังพระหัตถ์หรือนิ้วพระหัตถ์ของพระพุทธเจ้า คือมีลักษณะเป็นนิ้วมือเรียวยาวห้อยลงมา ซึ่งแปลกกว่าส้มอื่นๆ ที่มีลักษณะกลม 

ต้นส้มมือหรือต้นส้มนิ้วพระหัตถ์ เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูงราว 3-6 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนามแข็ง ใบเป็นใบเดี่ยว รูปทรงรี หนา โคนใบมนกลม ปลายแหลมมน ใบค่อนข้างหนา ขอบใบหยัก ดอกสีขาว มีกลิ่นหอมมาก ออกเป็นช่อตามซอกใบ แต่ละดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลมีผิวขรุขระ มีร่องแฉกคล้าย นิ้วมือกว่า 10 นิ้ว เมื่อสุกจะมีสีเหลืองสด ภายในผลสีขาว ไม่มีเมล็ด 

เปลือกหนาคล้ายเปลือกส้มโอ ผิวเปลือกมีน้ำมันหอมระเหย กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นมะนาว ส่วนเนื้อแห้ง ไม่ฉ่ำน้ำ มักไม่นิยมนำผลมารับประทานสดเหมือนส้มทั่วไป แต่จะนำเปลือกไปใช้ประกอบในการปรุงอาหาร และทำยา เพราะมีสรรพคุณในการกระตุ้นหัวใจ บำรุงหัวใจ บำรุงตับ ทำให้เลือดลมดี ชาวตะวันตกรู้จักสรรพคุณของส้มมือมานานแล้ว จึงตั้งชื่อเป็นภาษาละตินว่า ‘medica’ หมายถึง สิ่งที่มีสรรพคุณทางยา 

ส่วนชาวจีนและญี่ปุ่นมักใช้ส้มมือเป็นผลไม้มงคลในพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนา รวมทั้งใช้เป็นเครื่องหอมดับกลิ่นด้วย ส่วนคนไทยสมัยก่อนก็คุ้นเคยกับส้มมือที่นำมาใช้ทำเป็นยาดม เรียกกันว่า ‘ยาดมส้มโอมือ’ ที่มีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ ใช้สูดดมบรรเทาอาการเป็นลม หน้ามืดตาลาย แต่สมัยนี้ยาดมส้มโอมือไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เพราะส้มมือที่นำมาใช้ทำยาดมนั้นหายาก มีปลูกกันไม่กี่แห่งเท่านั้น ประกอบกับกลิ่นของยาดมส้มมือไม่เป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน 
   

ประเทศลัตเวีย

   


ลัตเวีย (อังกฤษLatviaลัตเวียLatvija) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐลัตเวีย (อังกฤษRepublic of Latvia;ลัตเวียLatvijas Republika) เป็นประเทศในภูมิภาคยุโรปเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับอีก 2 รัฐบอลติก คือเอสโตเนียทางทิศเหนือ และลิทัวเนียและเบลารุสทางทิศใต้ จดรัสเซียทางทิศตะวันออก ส่วนทางทิศตะวันตกนั้น ลัตเวียมีอาณาเขตทางทะเลติดต่อกับสวีเดน กรุงรีกาเมืองหลวงของลัตเวียเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาเมืองที่อยู่ในกลุ่มรัฐบอลติก

สาธารณรัฐลัตเวีย
Latvijas Republika (ลัตเวีย)
ธงชาติตราแผ่นดิน

       



วันอังคารที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557

เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส


เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส (11 กันยายน ค.ศ. 1917 - 28 กันยายน ค.ศ. 1989) เป็นอดีตประธานาธิบดีคนที่ 10 ของฟิลิปปินส์เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965-ค.ศ. 1986 เป็นเวลา 31 ปี และพ้นจากตำแหน่งโดยการหลบหนีออกนอกประเทศ หลังการลุกฮือของประชาชน ในปี ค.ศ. 1986 ซึ่งนำโดยนางคอราซอน อากีโน ภริยาหม้ายของนายเบนิโญ อากีโน อดีตนักการเมืองฝ่ายค้าน โดยมีสาเหตุหลักมาจาก การปกครองแบบเผด็จการ รวมถึงการทุจริตคอรัปชั่นซึ่งเป็นเงินราวๆ 5-10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักการเมืองที่โกงมากที่สุดรองจาก ซูฮาร์โต[1]
เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส เสียชีวิตที่โฮโนลูลู ฮาวาย ขณะลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ก่อนเสียชีวิตกำลังถูกทางการฟิลิปปินส์ ยื่นเรื่องขออายัดทรัพย์สิน และดำเนินคดีในข้อหาใช้อิทธิพลคอรัปชั่น ในระหว่างดำรงตำแหน่งทางการเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วัฒนธรรมของประเทศอังกฤษ

 คนอังกฤษนั้นขึ้นชื่อว่าเป็น “ผู้ดี” คือ มีบุคลิกที่เป็นทางการ และไม่เป็นเผยในที่สาธารณะ เช่น บนรถเมล์ หรือ รถไฟใต้ดิน คนอังกฤษจะไม่ค่อยคุยกับผู้โดยสารคนอื่น และเมื่อทำความรู้จักกันเป็นครั้งแรก พวกเขาจะแค่จับมือกันแทนที่จะสวมกอด ส่วนในโรงภาพยนตร์ โรงละคร หรือ ในฮอลล์ใหญ่ๆ  ผู้ชมจะเงียบระหว่างชมการแสดง ถือเป็นมารยาททางสังคมของเขาเชียวค่ะ จากพฤติกรรมนี้ ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวจึงคิดว่าคนอังกฤษนั้นไม่เป็นมิตร แต่จริงๆแล้วคนอังกฤษเป็นคนเห็นอกเห็นใจคนอื่น และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ แต่ก็มีบางแง่มุมที่คนอังกฤษจะไม่เป็นทางการนักเช่น การเรียกชื่อต้นของผู้ร่วมงาน แม้จะมีตำแหน่งหน้าที่ต่างกันก็ตาม แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ คือคนอังกฤษส่วนมากเป็นโรค sarcasm คือ ชอบพูดจาถากถางประชดประชัน หน้าตาก็จะไม่ค่อยยิ้ม ตาจะลอยๆเหมือนเพิ่งตื่น



การเป็นแขกในบ้านชาวอังกฤษ
          คนอังกฤษมักจะพบปะสังสรรค์กันในบ้าน แต่ถ้าไม่ได้สนิทสนมกับคนในครอบครัวของเขาแล้ว ก็ไม่ควรแวะเข้าไปโดยไม่ได้โทรศัพท์หรือแจ้งให้เขาทราบก่อน
          หากได้รับคำเชิญไปทานข้าวที่บ้านของคนอังกฤษ นั่นถือเป็นการนัดหมายที่แน่นอน และถือเป็นมารยาทที่ไม่ดี หากไม่ไปตามนัด ถ้าจำเป็นต้องยกเลิกการนัดหมายนั้น ต้องบอกให้เข้าของบ้านทราบทันทีที่เป็นไปได้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเตรียมอาหารไว้เผื่อ ถ้ามีอาหารที่ทานไม่ได้ ควรจะบอกให้เจ้าของบ้านทราบตอนที่รับคำเชิญ เขาจะได้จัดอาหารให้เหมาะสม
          ไม่ว่าคุณจะได้รับเชิญไปทานอาหารหรือพักอาศัยกับครอบครัวชาวอังกฤษ ก็ถือเป็นธรรมเนียมที่ต้องนำของขวัญเล็กๆน้อยๆไปฝากเจ้าของบ้านเช่น ดอกไม้ ช๊อคโกแลต ไวน์
          ถ้าพักอาศัยกับครอบครัวชาวอังกฤษ ควรจะร่วมโต๊ะอาหารให้ตรงเวลา และหากติดธุระมาร่วมทานอาหารไม่ได้ ก็ควรแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบก่อน
          ปกติคนอังกฤษทานอาหารกันวันละ 3 มื้อ คือ ตอนเช้า เรียกว่า “Breakfast” ตอนกลางวัน อาจจะเรียกว่า “Lunch” หรือ “Dinner” ขึ้นอยู่กับท้องถิ่น ซึ่งโดยปกติจะเป็นอาหารเบาๆ และตอนเย็นๆ ซึ่งเป็นอาหารมื้อหลักของวันนั้น เรียกได้ 2 แบบ คือ “Dinner” และ “Tea” ดังนั้น หากคุณได้รับคำเชิญไปทาน “Tea” ที่บ้านของใครสักคน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีแต่เพียงน้ำชามาเลี้ยงเท่านั้น แต่รวมถึงอาหารมื้อใหญ่ด้วย

ฤดูกาลของประเทศอังกฤษ



england-weather
โดยประเทศอังกฤษ จะใช้ระบบวัดอุณหภูมิแบบ องศาเซลเซียส เหมือนกับบ้านเรา โดยตลอดทั้งปี อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 0-30 องศาเซลเซียส
เนื่องจากภูมิประเทศเป็นเกาะ อากาศเลยค่อนข้างชื้น และเปลี่ยนแปลงบ่อย มีฝนตกตลอดทั้งปีโดยเฉพาะทางด้านตะวันตก ที่ต้องรับลมมรสุมจากมหาสมุทรแอทแลนติกนั่นเอง
ประเทศอังกฤษเป็นอีกประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาวเย็น โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งที่รับลมทะเล จะหนาวเย็นที่สุดในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ส่วนช่วงที่อบอุ่นที่สุดคือเดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน โดยช่วงความอบอุ่นจะเริ่มตั้งแต่พฤษภาคมถึงสิงหาคม ช่วงนี้คนอังกฤษจะชอบมาก และออกมาตากแดดกันใหญ่เลยล่ะจ้า
england-weather3
ทีนี้เรามาดูอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงเวลาต่างๆของประเทศอังกฤษ โดยแบ่งออกเป็น 4 ฤดูดังนี้
ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ15 – 20 C
ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน – สิงหาคม อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 15 – 32 C
ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน  -พฤศจิกายน อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 8 – 14 C
ฤดูหนาว เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 0 – 4 C
สำหรับอุณหภูมิสูงสุดที่เคยวัดได้ คือ 38.5 C ที่เมือง Brogdale เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2546 ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดที่วัดได้คือ -26.1 C (ท่าทางจะหนาวแย่) ที่เมือง Edgmond เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2525

england-weather2
ใครที่จะเดินทางไปเรียนอังกฤษ จะเปิดเทอมในสองช่วง คือช่วงเดือนกันยายน ที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศจะเริ่มเย็น แต่ไม่จำเป็นถึงขนาดต้องใช้เสื้อกันหนาวตัวใหญ่ อาจจะไปซื้อหาเอาที่นู่นได้
แต่ถ้าใครไปในช่วงเปิดเทอมเดือนมกราคม แบบนี้ต้องเอาเสื้อกันหนาวหนาๆไปด้วย เพราะอากาศจะหนาวเย็นมาก…. การรู้เรื่องฤดูกาลในอังกฤษ จะทำให้เราเตรียมตัวได้ง่ายขึ้นแบบนี้ล่ะจ้า
england-weather4

ภาษาเกาหลีเบื้องต้น


Korean Vowel 
 (เอ)  (ออ)  (อือ) (ยา)  (ยอ)  (อี) (โอ)  (อู)  (อึย) (โย)  (ยู) (แอ)  (เอ) (แย) (เย) (วา)  (วอ) (เว)  (วี) (แว)  (อุเว)
Consonants
 (ก/ค)  (ม) (น)  (บ) (ด)  (ท/ธ) (ซ/ช)  (ฮ) (ร/ล)  (อ) (จ) (ฉ) (ฆ)  (พ)  (ก ชัด)  (ต)(ป)  (ซ ชัด) (จ ชัด)
Hello = 안녕하세요 อันยองฮาเซโย
Thank you = 
감사합니다
 คัมซาฮัมนีดะ
Good Bye = 
안녕히가세요
 อันยองฮิ คาเซโย
Yes = 
 เน
No = 
이니오
 อานิโอ
Happy Birthday = 
생일축하 합니다
 ซองอิลชุกฮาฮัมนีดะ

How much = ออลมาอิมนิก้า
Can you discount? = ก่าก้าซูเซโย
Toilet = ฮวาจังชิว
You are beautiful = อีเปอโย
Handsome = มีนัม
fish/pork/beef/chicken = เชงซอน/เดจิโกกิ/โซลโกกิ/ทักโกกิ
rice = ปั๊บ
Thai = เทกุ๊ก
Korean = ฮันกุ๊กซาราม
water = มูน
ขอ...หน่อย = ....ซูเซโย
นับเงิน
1= อิล
2= อี
3= ซาม
4= ซา
5= โอ
6= ยุค
7= ซิล
8= พลา
9= กู
10= สิบ
100= เพค
1000= เชิน
10000= มัน

ทะเลที่สวยที่สุดในโลก

1. หาดไวท์เฮเวน, ประเทศออสเตรเลีย

            ณ เกาะวิธซันเดย์ ประเทศออสเตรเลีย มีชายหาดที่ขึ้นชื่อว่ามีทรายขาวสะอาดที่สุดในโลกอยู่ที่นั่นด้วย แถมยังเป็นหนึ่งในทะเลที่มีธรรมชาติสมบูรณ์มากที่สุดอีกต่างหาก จากการที่เดินทางได้โดยเรือเท่านั้น ปราศจากที่พักบนเกาะ และยังห้ามนำสุนัข รวมทั้งบุหรี่เข้าไปอีกด้วย มันจึงเป็นเหมือนเกาะที่ตัดขาดจากโลกภายนอกที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ดี แม้คุณจะชื่นชมความขาวสะอาดของทรายที่นี่มากแค่ไหน ก็แอบตักกลับไปไม่ได้หรอกนะ เพราะอาจเจอค่าปรับสูงสุดตั้ง 5 พันเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.4 แสนบาทเลยทีเดียว


หาดไวท์เฮเวน, ประเทศออสเตรเลีย

            2. หาดพูนาลู, สหรัฐอเมริกา

            หาดทรายสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันมารวมตัวชมทิวทัศน์ด้วยกันที่ชายหาดพูนาลูแห่งนี้ โดยสาเหตุที่ทรายบริเวณนี้เป็นสีดำสนิทเกิดมาจากการที่หินลาวา ซึ่งยังคงร้อนระอุมาเจอกับน้ำทะเล แล้วหลอมละลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จนเป็นผืนทรายกว้างขวางในที่สุด และนอกจากทรายสีดำแล้ว เต่าทะเลที่อาศัยอยู่เต็มหาดไปหมด ยังเป็นสิ่งน่าสนใจอีกอย่างที่ทำให้ทะเลแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่โปรดของเหล่านักท่องเที่ยวอีกด้วย


หาดพูนาลู, สหรัฐอเมริกา

            3. หาดนังวี, ประเทศแทนซาเนีย
            เมื่อคุณเดินอยู่บนชายหาดในนังวี หมู่บ้านชาวประมงของเกาะแซนซิบาร์นี้ คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเงียบสงบของธรรมชาติ และผืนทรายนุ่มเนียนละเอียด พร้อมน้ำทะเลสีฟ้าใสในทันที เพราะมันเป็นหนึ่งในชายหาดที่มีโรงแรมและสิ่งก่อสร้างน้อยที่สุดก็ว่าได้ จากการที่คนในหมู่บ้านรณรงค์ให้มนุษย์รุกรานสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เพื่อรักษาความเงียบสงบของที่นี่เอาไว้ แม้ปัจจุบันจะมีการสร้างอควาเรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมเพิ่มเติมบ้างแล้วก็ตาม


หาดนังวี, ประเทศแทนซาเนีย

          4. อ่าวทรังก์, สหรัฐอเมริกา
             อ่าวทรังก์ในหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยเกาะหลัก 3 เกาะ คือ เกาะเซนต์ครอย, เกาะเซนต์จอห์น และเกาะเซนต์ทอมัส ซึ่งความงามของอ่าวนี้ทำให้นักท่องเที่ยวแห่แหนกันมาเป็นจำนวนมากทุกปี จากการที่มีธรรมชาติใต้น้ำอันสวยงาม ที่ใครได้ลองมาใช้บริการดำน้ำที่นี่ดูสักครั้งเป็นต้องติดใจไปตาม ๆ กัน ซึ่งถ้าใครอยากรู้ว่าที่นี่มีอะไรพิเศษทำให้คนชื่นชมกันขนาดนี้กันแน่ ปีหน้าก็อย่าพลาดไปเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสความงามของทะเลแห่งนี้ด้วยตัวเองนะคะ

อ่าวทรังก์, สหรัฐอเมริกา

          5. ชายหาดซานตาโมนิกา, สหรัฐอเมริกา

             นอกจากน้ำทะเลสีฟ้าครามแสนสวยแล้ว ชายหาดซานตาโมนิกาในรัฐแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ ยังมีสิ่งน่าสนใจอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะวิวพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่น่าประทับใจเสียจนหลาย ๆ คนอดใจกดชัตเตอร์เก็บภาพความสวยงามเอาไว้ไม่ได้ และอีกอย่างที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็คือชิงช้าสวรรค์ที่ตั้งอยู่บริเวณชายหาดนั่นเอง เรียกได้ว่าใครมาแล้วไม่ได้ถ่ายรูปกับชิงช้าสวรรค์นี้ ถือว่ามาไม่ถึงเชียวล่ะ

ชายหาดซานตาโมนิกา, สหรัฐอเมริกา

         6. อ่าวมาหยา, ประเทศไทย

             พูดถึงชายหาดต่างประเทศมาแล้ว ก็กลับมาดูหาดสวย ๆ ในบ้านเรากันบ้างดีกว่า ซึ่งหาดที่เราพูดถึงนั้น ก็คือ อ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่นั่นเอง โดยอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวนี้ ถูกโอบล้อมด้วยหินปูนสีเทา ตัดกับน้ำทะเลสีเขียวใสที่มองลงไปเห็นผืนทราย เกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงามจับตา ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพากันมาเที่ยวไม่ขาดสายอยู่ทุก ๆ ปี เห็นไหมล่ะว่าการจะไปท่องเที่ยวในที่สวย ๆ งาม ๆ ไม่จำเป็นต้องไปไกลให้เสียทั้งเงินและเวลาเลย เพราะบ้านเราก็มีทะเลสวย ๆ ไม่แพ้ที่ไหนด้วยเหมือนกันนะ
 
อ่าวมาหยา, ประเทศไทย

          7. หาดนาวาจิโอ, ประเทศกรีซ

              หากใครต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบโจรสลัดเหมือนในหนังย้อนยุค ก็ต้องลองมาที่นี่ดูสักครั้ง เพราะอีกชื่อของหาดนาวาจิโอนี้ ก็คือ Shipwreck Beach จากการที่มันมีซากเรือแตกขนาดใหญ่ทอดตัวอยู่บนหาดทรายสีขาว ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้นักท่องเที่ยวแทบทุกคนที่มา ต้องถ่ายรูปเก็บไว้ซะหน่อย เพื่อให้ตัวเองได้เก๊กท่าเป็นโจรสลัดเท่ ๆ แบบในหนังดูสักครั้ง อีกทั้งมันยังเคยมีประวัติเป็นสถานที่ลักลอบขนสินค้าหนีภาษี รวมถึงค้ามนุษย์มาก่อนในยุค 80 อีกด้วย

หาดนาวาจิโอ, ประเทศกรีซ

           8. หาดคัดมัธ, ประเทศอินเดีย

              ถ้าใครคิดจะไปที่นี่ก็คงต้องจองคิวกันยาวสักหน่อยนะ เพราะที่เกาะคัดมัธในลักษทวีป ของประเทศอินเดียนี้ มีโรงแรมอยู่แค่โรงแรมเดียวเท่านั้น แถมยังพักได้จำนวนจำกัดแค่ 50 คนอีกต่างหาก การจะจองโรงแรมไว้พักระหว่างเที่ยวชมจึงไม่ใช่เรื่อง่าย ๆ แน่ แต่ถ้าเทียบกับความสวยงามของท้องทะเลที่นี่แล้วล่ะก็ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ เพราะนอกจากน้ำทะเลสีฟ้างดงามแล้ว จุดเด่นของที่นี่ก็อยู่ตรงที่แนวปะการัง ที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกนั่นเอง
 
หาดคัดมัธ, ประเทศอินเดีย

ภาพจาก Kadmat Island

 
          9. หาดพลาญ่า เมดีน่า, ประเทศเวเนซุเอลา
              ท้องทะเลสีเขียวมรกต รับกับต้นปาล์มเขียวชอุ่มที่ขึ้นอยู่มากมายริมหาด ทำให้หาดพลาญ่า เมดีน่า ของเมืองประมง ริโอ คาริเบ ไม่ต่างไปจากสวรรค์บนดินเลยทีเดียว คนที่ได้มาจึงสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติอันงดงามของที่นี่ได้อย่างเต็มที่ จนแทบจะไม่อยากกลับไปสัมผัสแสงสีวุ่นวายในเมืองให้เวียนหัวอีกเลย ไม่เชื่อก็ต้องลองมาสัมผัสด้วยตาตัวเองดูสักครั้งนะคะ

หาดพลาญ่า เมดีน่า, ประเทศเวเนซุเอลา

ภาพจาก Blog Centro Venezolano

         10. อันเช่ ซอส ดิ เอเจนท์, สาธารณรัฐเซย์เชลล์
             ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามลงตัวของชายหาดแห่งนี้ รับรองว่าจะทำให้คนที่มาทึ่งจนประทับใจไปตาม ๆ กันแน่นอน เพราะที่นี่มีครบทุกอย่างที่คุณมองหาตามท้องทะเลอันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเลใสแจ๋ว ทรายเนียนละเอียดราวกับผงแป้งสีขาว ต้นปาล์ม และโขดหินใหญ่ ที่จัดวางเรียงกันอย่างลงตัว จนแทบจะนึกว่าถูกจัดแต่งขึ้นมาด้วยฝีมือมนุษย์ เสียมากกว่าเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติด้วยซ้ำ

อันเช่ ซอส ดิ เอเจนท์, สาธารณรัฐเซย์เชลล์

        11. หมู่เกาะโบรา โบร่า, ประเทศเฟรนช์โปลินีเซีย

             แน่นอนว่าหมู่เกาะโบรา โบร่า ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม ก็ต้องมีรายชื่อติดด้วยอยู่แล้ว นอกจากนี้ บังกะโลแบบส่วนตัวพร้อมบริการดำน้ำชมความงามของทะเลอย่างใกล้ชิด ยังทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ฮันนีมูนในฝันของบรรดาคู่รักทั้งหลายอีกด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะพาแฟนไปสวีทหวานที่ไหนดี การควงแขนกันไปพักผ่อนชมหมู่เกาะโบรา โบร่า สักหน่อยก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ

หมู่เกาะโบรา โบร่า, ประเทศเฟรนช์โปลินีเซีย 
        12. หาดเฟทิเย, ประเทศตุรกี

             นับว่าที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากที่สุดในประเทศตุรกี โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ที่นักท่องเที่ยวมากมายจะพากันมาเล่นน้ำทะเล แถมนอกจากการชื่นชมน้ำทะเลสีฟ้าสดแล้ว เมืองเฟทิเยยังเป็นที่หลับใหลของสุสานพระเจ้าอามินตัสอันงดงามซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ 350 ปีก่อนคริสตศักราชอีกด้วย ดังนั้นหลังจากเล่นน้ำให้ชื่นใจ ก็อย่าลืมแวะไปชมความวิจิตรประณีตของศิลปะอันเก่าแก่นี้ด้วยนะคะ
 
หาดเฟทิเย, ประเทศตุรกี

        13. กลาสบีช, สหรัฐอเมริกา
             กลาสบีชที่นี่ เป็นกระจกสมชื่อเสียจริง ๆ จากการที่มีผืนทรายเป็นหินเม็ดเล็ก ๆ ที่หน้าตาคล้ายเศษกระจกสี จนมองแล้วอดหวาดเสียวเท้าไม่ได้ว่าหากเผลอไปเหยียบเข้า อาจบาดเท้าจนเป็นแผลหมดสนุกไปเลยก็ได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วมันเนียนละเอียดจนไม่ทำอันตรายเลยสักนิดเสียด้วยซ้ำ คนที่มาเล่นน้ำที่นี่จึงสามารถชื่นชมมันได้โดยไม่ต้องกลัวเจ็บตัว แถมยังมีน้ำทะเลใสแจ๋วให้เล่นกันอีกต่างหาก

กลาสบีช, สหรัฐอเมริกา

ภาพจาก Nate Maas.com

         14. หาดพาลาวัน, ประเทศฟิลิปปินส์

              แม้ว่าเมื่อพูดถึงทะเลดัง ๆ ในเอเชีย หาดพาลาวันของประเทศฟิลิปปินส์อาจจะไม่ใช่สถานที่ซึ่งคนนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ แต่ที่จริงแล้วมันน่าสนใจไม่แพ้ที่ไหน ๆ เลย โดยฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีหมู่เกาะนับพัน โดยเฉพาะชายหาดในจังหวัดพาลาวัน ที่มีเทือกเขาสูงรอบ ๆ หาด อีกทั้งยังสมบูรณ์จนพบเห็นปลาและปะการังได้ โดยไม่ต้องพายเรือไปถึงจุดดำน้ำเลยทีเดียว

หาดพาลาวัน, ประเทศฟิลิปปินส์
 
         15. หาดเดอร์เนส, ประเทศสกอตแลนด์
              ถึงแม้ว่าชายหาดของที่นี่จะไม่ได้มีต้นปาล์มสูงใหญ่เหมือนกับที่อื่น แต่ก็มีสิ่งแปลกตามีเอกลักษณ์ที่ทำให้ชายหาดแห่งนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนใครด้วยเช่นกัน โดยมันเป็นชายหาดที่มีหญ้าขึ้นเขียวชอุ่มเต็มผืนทราย มองแล้วเป็นวิวที่โดดเด่นสะดุดตา แถมยังดูอุดมสมบูรณ์มาก ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าสวยไม่แพ้ที่ไหน ๆ เลยจริง ๆ แถมการชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นริมหาดยังขึ้นชื่อมากเสียด้วย อย่างไรก็ดี สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของชายหาดแห่งนี้คงหนีไม่พ้น ถ้ำสมู..ถ้ำทะเลที่รวมน้ำจืดและน้ำเค็มไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ซึ่งก็คือด้านทางเข้าที่เป็นน้ำทะเล, ส่วนที่สองซึ่งมีน้ำตกอยู่ภายใน และส่วนที่สามซึ่งมีลำธารน้ำจืดสายเล็ก ๆ ไหลเวียนอยู่

หาดเดอร์เนส, ประเทศสกอตแลนด์