วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

ประเทศสกอตแลนด์

สกอตแลนด์ (อังกฤษScotlandแกลิกสกอตแลนด์Alba) เป็นประเทศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร และครอบคลุมพื้นที่หนึ่งในสามทางเหนือของเกาะบริเตนใหญ่ มีพรมแดนร่วมกับประเทศอังกฤษทางทิศใต้ ส่วนที่เหลือล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันออกเป็นทะเลเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้จดช่องแคบเหนือและทะเลไอร์แลนด์ นอกเหนือจากแผ่นดินใหญ่แล้ว ประเทศสกอตแลนด์ยังมีเกาะอีกกว่า 790 เกาะ
เอดินบะระ เมืองหลวงและนครใหญ่สุดอันดับสองของประเทศ เป็นศูนย์กลางยุคเรืองปัญญาสกอตในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งเปลี่ยนสกอตแลนด์มาเป็นมหาอำนาจพาณิชย์ ปัญญาและอุตสาหกรรมหนึ่งของทวีปยุโรป กลาสโกว์ นครใหญ่สุดของสกอตแลนด์ เคยเป็นนครอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกและปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของเขตเมืองขยายเกรตเตอร์กลาสโกว์ น่านน้ำสกอตแลนด์ประกอบด้วยทะเลแอตแลนติกเหนือและทะเลเหนือ ซึ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองใหญ่สุดในสหภาพยุโรป ทำให้เมืองแอเบอร์ดีน นครใหญ่สุดอันดับสามในสกอตแลนด์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงน้ำมันของทวีปยุโรป
เดิมราชอาณาจักรสกอตแลนด์เป็นประเทศอิสระที่ไม่ขึ้นกับประเทศอังกฤษ จนเมื่อปี ค.ศ. 1603 ที่พระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ ได้ขึ้นครองบัลลังก์กษัตริย์แห่งประเทศอังกฤษโดยทรงใช้พระนามว่า พระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ จึงมีผลให้ทั้งสองประเทศมีกษัตริย์ปกครององค์เดียวกัน เรียกว่า Union of the Crowns อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของทั้งสองยังคงแยกจากกันอยู่จนกระทั่งวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1707 อังกฤษและสกอตแลนด์ได้รวมตัวกันด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ตามพระราชบัญญัติสหภาพ ค.ศ. 1707 มีผลให้รวมกับราชอาณาจักรอังกฤษ และกลายเป็นราชอาณาจักรบริเตนใหญ่
ระบบกฎหมายของสกอตแลนด์ยังแยกจากระบบกฎหมายของอังกฤษ เวลส์และไอร์แลนด์เหนือ และสกอตแลนด์อยู่ในเขตอำนาจศาลต่างหากในกฎหมายมหาชนและเอกชน การคงซึ่งสถาบันกฎหมาย การศึกษาและศาสนาแยกจากสถาบันที่เหลือของสหราชอาณาจักรล้วนส่งผลให้มีความต่อเนื่องของวัฒนธรรมสกอตแลนด์และอัตลักษณ์แห่งชาตินับแต่สหภาพ ค.ศ. 1707 ใน ค.ศ. 1999 รัฐสภาสกอตแลนด์ สภานิติบัญญัติโอนอำนาจของส่วนกลางให้ส่วนท้องถิ่น ประชุมใหม่โดยมีอำนาจเหนือกิจการภายในหลายด้านหลังการลงประชามติ ค.ศ. 1997 ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2011 พรรคชาติสกอตแลนด์ชนะฝ่ายข้างมากในรัฐสภาสกอตแลนด์ ทำให้มีการลงประชามติเอกราชสกอตแลนด์ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 2014 ซึ่งประชากรสกอตแลนด์ข้างมากปฏิเสธ
สกอตแลนด์เป็นชาติสมาชิกสภาบริเตน–ไอร์แลนด์ และสมัชชารัฐสภาบริเตน–ไอร์แลนด์

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

Parma Ham พาร์มาแฮม ของโปรดของคนหลายคน

พาร์มาแฮม หรือ Prosciutto di Parma(โพรชูดโต้ ดิ พามา) ในภาษาอิตาเลี่ยน ซึ่งแปลว่า แฮมจากเมืองพาร์มา เมือง Parma อยู่ในแคว้น Emilia-Romagna ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี่ ซึ่งมีอากาศค่อนข้างหนาวในฤดูหนาว ทำให้คนในสมัยก่อนต้องมีการ preserve อาหารไว้กินในหน้าหนาว จึงทำให้เกิดมี Salumi นานาชนิดขึ้น (ใครยังไม่ทราบว่า salumi คืออะไร สามารถอ่านได้จากบทความนี้

ทำไมพาร์มาแฮมถึงโดดเด่นและเป็นที่นิยมมากกว่า Salumi ตัวอื่นๆนะหรอ เหตุผลก็น่าจะเป็นเพราะว่ากลิ่นที่หอม(aromatic fragrance) และรสชาติที่ออกหวานนิดๆของมัน ซึ่งมันก็เกิดการกระบวนการทำที่พิถีพิทันนั้นแหละ ไม่ใช่ว่าขึ้นชื่อว่า Parma Ham แล้วจะอร่อยหมดนะคะ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ละ Farm ก็มีวิธีการทำที่ไม่เหมือนกัน ความอร่อยก็แตกต่างกัน

เร่ิมแรกเลยคือ จะต้องใช้ขาหลังของหมูดำเท่านั้น ซึ่งจะใช้หมูอุดมสมบูรณ์ อายุ 10 เดือน แล้วก็ต้องฆ่าหมูตอนหน้าหนาว หลังจากนั้นก็เอาขาหมูมาหมักเกลือ เพื่อดูดความชื้นออก รวมถึงทำให้เนื้อหมูมีรสเค็ม หลังจากนั้นก็ล้างเกลือออก นำไปแคว้นเบื่อบ่มต่อไป ช่วงนี้มันของหมูจะเป็นตัวกันไม่ให้ขาหมูนั้นแห้งจนเกินไป การบ่มต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่สุด 10 เดือน ถึงจะขายได้ แต่บางคนก็บ่มนานกว่านั้น ความแตกต่างที่เกิดขึ้นจากระยะเวลาการบ่มก็คือ ยิ่งบ่มจะยิ่งมีกล่ินหอม แต่รสชาติความหวานก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ แล้วก็เค็มขึ้นเรื่อยๆแทน คุณสามารถเลือกได้ว่าอยากกิน Parma Ham ที่บ่มนานขนาดไหน ยิ่งอันที่เก็บไว้นาน ก็จะยิ่งมีราคาแพง ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน

Parma Ham คนส่วนใหญ่จะเคยชินกับการกินพร้อม Melon แต่ที่ประเทศอิตาลี่นั้นส่วนใหญ่จะกินกันปล่าวๆ อย่างมากก็แค่กินกับขนมปัง แต่กินกับ melon ก็มีให้เห็นบ้าง นอกเหนือจาก Melon นั้น Parma Ham ก็สามารถเข้าได้กับผลลูก Figs สุก แล้วก็ Asparagus ผัดเนยด้วย (พูดแล้วอยากกิน)
ราคาของ Parma Ham ที่อิตาลี่จะอยู่ประมาณ 1500-2000 บาท/kg พอมาถึงบ้านเราก็น่าจะเริ่มต้นที่ประมาณ 5000 บาท/kg 


แต่ขอบอกว่าความจริงแล้ว Parma Ham ไม่ใช่ Prosciutto ที่ดีที่สุด Prosciutto ที่ดีที่สุดและราคาแพงที่สุดนั้นความจริงแล้วคือ Culatello (กิโลกรัมละเกือบ 20,000 บาท) แล้วเบนจะมาเล่าถึง Prosciutto 

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

Yannick Noah


alt = คำอธิบายของภาพที่แสดงความคิดเห็นด้านล่าง

ยานนิคโนอาห์เป็นผู้เล่นของเทนนิสและนักร้อง ฝรั่งเศส , เกิด18 พฤษภาคม 1960ในซีดานในArdennesในฝรั่งเศส .
ในอาชีพนักกีฬาของเขาเขาได้รับรางวัลการแข่งขันที่ Roland Garrosใน1,983ซึ่งทำให้เขาได้รับ 4 กันยายน 2014 เท่านั้นผู้เล่นฝรั่งเศสที่จะชนะการแข่งขันของแกรนด์สแลมในยุคเปิดซิงเกิ้ล สุภาพบุรุษ แต่ยังเป็นผู้เล่นที่อยู่ในอันดับสูงสุดของฝรั่งเศสในเอทีพี ( o  3 กรกฎาคม 1986) และชื่อซิงเกิ้ลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดกับ 23 นอกจากนี้เขายังเป็นกัปตันของทีมงานของฝรั่งเศสในถ้วยเดวิสนำฝรั่งเศสไปสู่ชัยชนะใน1991และ1996ก่อนที่จะทำเช่นเดียวกันกับทีมของฝรั่งเศสเฟดคัพใน1997 . เขาเริ่มอาชีพในปี 1991 ในฐานะนักร้องที่เขาอุทิศตัวเองเต็มเวลาที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ปี 2002
เขาเป็นบุตรชายของนักฟุตบอลแคเมอรูนZacharie โนอาห์และพ่อของผู้เล่นบาสเก็ตฝรั่งเศสโจอาคิมโนอาห์ .

ดนตรีอาชีพ

อาศัยอยู่ใน Rennes 22 มกราคม 2011
ควบคู่ไปกับการเล่นเทนนิสอาชีพของเขาเขาหันจาก1990ถึงความรักที่สองของเขาเพลง เพลงของเขาเป็นครั้งแรกSaga แอฟริกาอัลบั้มสีดำและสิ่งที่จะกลายเป็นเพลงฮิตของฤดูร้อน1991ได้รับประโยชน์จากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนในการทำงานของเขาชนะฝรั่งเศสในถ้วยเดวิสหลังจาก 59 ปีของการรอคอย โนอาห์ที่เพิ่งเกษียณจากการเล่นอาชีพของเขาเมื่อปีที่แล้วจากนั้นกัปตัน แล้วก็มาถึงอัลบั้มที่เมืองเผ่าใน1993กับความสำเร็จของการรับที่กลับไปแล้วอัลบั้มZam Zamในปี 1998 และการคูณประสบการณ์และบันทึกการประชุมเป็นเวลานาน แต่ประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก กระตุ้นโดยผู้จัดการของเขาฌองปิแอร์ Weillerอาชีพของเขาเอาเลี้ยวสำคัญใน2000กับอัลบั้มที่สี่ของเขาYannick Noahเขียนโดยเอริค Benziและโรเบิร์ตโกลด์แมนประสบความสำเร็จกำลังรอให้คุณกับชื่อไซมอนพ่อธารา .
ตั้งแต่นั้นมา, จุดบริการทัวร์ตาม นอกจากองค์ประกอบเดิมยานนิคจะใช้เวลาในแผ่นดิสก์และบนเวทีเพลงของบ๊อบมาร์เลย์และเพื่อนของเขาโทรศัพท์ .ใน2003อัลบั้มโปขระเป็นความสำเร็จที่ดีกับคู่Metisse (s)ที่มีโรคระบาด Disiz . ใน2006 , อัลบั้มใหม่ของเธอCharangoขายมากกว่า 1,150,000 เล่มและนำเขาไปสู่การเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหนึ่งปี เพลงสำหรับต้นไม้ที่ประชาชนมีผลกระทบต่อคนจำนวนมากมักจะถูกนำมาใช้ในโรงเรียนหรือ lipdubs การกู้คืน ในปีเดียวกันเขาเป็นพ่อทูนหัวของดาราวิทยาลัย 6 ร่วมกับไลโอเนลริชชี่
สุดท้ายใน 2010, ยานนิคกลับมาอยู่ในที่เกิดเหตุเพลงและปล่อยthอัลบั้มพรมแดนรวมทั้งซิงเกิ้ลแองเจลา , ส่วยให้แองเจลาเดวิสหรือสวัสดีคู่กับเอเอสเอ 25 กันยายน 2010 เขาจัดการให้เสร็จสมบูรณ์Stade เดอฟรองสำหรับคอนเสิร์ตราว 80,000 ชมที่จุดนัดพบ

โจฮันเนสเบิร์ก

โจฮันเนสเบิร์ก (อังกฤษJohannesburg) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแอฟริกาใต้ และเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเกาเทง (Gauteng) อันเป็นเขตที่มั่งคั่งและเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่ใหญ่สุดของแอฟริกาใต้ เป็นเขตเมืองใหญ่ติดอัน 40 ของโลก[3] และเป็นหนึ่งในสองเมืองระดับโลกของแอฟริกาที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก[4]นอกจากนี้โจฮันเนสเบิร์กยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่บนดินแดนที่ไม่ถูกแวดล้อมด้วยทะเลสาบ แม่น้ำ และแหล่งน้ำอื่น ๆ อันเนื่องมาจากการอยู่บนที่สูงจึงมีหิมะตกเหมือนกับกรุงพริทอเรีย
ซอกเกอร์ซิตี (Soccer City) เป็นสนามกีฬาประจำเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2010 ในนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศอีกด้วย
  1. ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โจฮันเนสเบิร์ก

  • โจฮันเนสเบิร์ก
  • พื้นที่1,645 ตร.กม.
  • สภาพอากาศ20°C ลม NE ที่ความเร็ว 8 กม./ชม. ความชื้น 12%
  • เวลาท้องถิ่นวันพฤหัสบดี 12:22
  • กาซาบล็องกา

    กาซาบล็องกา (ฝรั่งเศสCasablancaออกเสียง: [ka.za.blɑ̃.ka]) หรือ อัดดารัลบัยฎออ์ (อาหรับالدار البيضاء, ad-Dār al-Bayḍāʼ‎) เป็นเมืองทางทิศตะวันตกของประเทศโมร็อกโกและเป็นเมืองหลวงของแคว้นกร็องกาซาบล็องกา ตั้งอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ห่างจากกรุงราบัตเมืองหลวงของประเทศไปทางทิศใต้ประมาณ 80 กิโลเมตร กาซาบล็องกาเป็นเมืองท่าหลักและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโมร็อกโก และยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคมาเกร็บ (แอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ) อีกด้วย จากการสำรวจสำมะโนครัวในปี ค.ศ. 2004 พบว่ามีประชากรประมาณ 2,946,440 คนอาศัยอยู่ในเมืองนี้[1] กาซาบล็องกาถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและธุรกิจของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งฐานทัพหลักของกองทัพเรือโมร็อกโกอีกด้วย
    ชาวเบอร์เบอร์เข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้อย่างน้อยตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสต์ศักราช ต่อมาชาวฟินิเชีย ชาวโรมัน และชาวเมรินิดได้เข้ามาใช้เป็นเมืองท่าในชื่อ "อันฟา" (Anfa) เมืองนี้ได้เป็นอิสระและกลายเป็นแหล่งกบดานโจรสลัดในตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 ทำให้โปรตุเกสเข้ามาทำลายเมืองในปี ค.ศ. 1468 และสร้างใหม่เป็นป้อมปราการ เมืองใหม่ที่เจริญเติบโตรอบป้อมนี้มีชื่อเรียกว่า "กาซาบรังกา" (Casa Branca) ซึ่งแปลว่า "บ้านสีขาว" ในภาษาโปรตุเกส แต่ชาวยุโรปได้ละทิ้งเมืองไปหลังจากเกิดแผ่นดินไหวในปีค.ศ. 1755 สุลต่านแห่งโมร็อกโกได้สร้างเมืองใหม่ขึ้นอีกครั้งโดยได้รับความช่วยเหลือจากสเปน เมืองนี้จึงได้รับการตั้งชื่อเป็นภาษาอาหรับ (อัดดารัลบัยฎออ์) โดยแปลจากชื่อเมืองในภาษาสเปนว่า "กาซาบลังกา" (Casa Blanca) ซึ่งแปลว่าบ้านสีขาวเช่นกัน ต่อมาถูกฝรั่งเศสเข้ายึดครองในปี ค.ศ. 1907 จนกระทั่งได้รับเอกราชพร้อมกับพื้นที่อื่น ๆ ของโมร็อกโกเมื่อปี ค.ศ. 1956

    วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

    หมู่บ้านกลางน้ำกัมปง อายเย่อร์ประเทศบรูไน

    หมู่บ้านกลางน้ำกัมปง อาย

    บรูไนเป็นที่รู้จักกันดีจากการเป็นแหล่งปีโตรเลี่ยมขนาดใหญ่ เป็นที่ตั้งของมัสยิดทองคำ และพระราชวังที่หรูหราอลังการ ประเทศนี้ก่อตัวจากหมู่บ้านเล็กๆริมฝั่งแม่น้ำบรูไนที่มีชุมชนซึ่งประกอบอาชีพจับปลาและผลิตสินค้าหัตถกรรมจากไม้ เงินและทองแดง แม้ปัจจุบัน บรูไนเป็นประเทศที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจแต่ชาวบรูไนก็ไม่เคยลืมรากเหง้าของตน ด้วยเหตุนี้ หมู่บ้านกลางน้ำกัมปง อายเย่อร์จึงยังคงอยู่และพัฒนาต่อไป

    หมู่บ้านกลางน้ำกัมปง อายเย่อร์ที่มีอายุเกือบ๑๕๐๐ปีตั้งอยู่ระหว่างเขตบรูไนและMuarในกรุงบันดา เสรี เบกาวัน เป็นความภาคภูมิใจของชาวบรูไน ในช่วงที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดตั้งแต่ปี๑๔๘๒ถึงปี๑๕๒๔ กัมปง อายเย่อร์เป็นศูนย์ราชการ เป็นนครหลวงของจักรวรรดิ์บรูไน เป็นท่าเรือที่สำคัญของภูมิภาคและเป็นจุดรวมของพ่อค้าแม่ค้าจากตะวันตก จีน กัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรกว่า๓หมื่นคนคิดเป็นเกือบร้อยละ๑๐ของจำนวนประชากรบรูไนและเป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมริมน้ำของประเทศนี้อย่างชัดเจนที่สุด ด้วยเหตุนี้ หมู่บ้านแห่งนี้จึงสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวภูมิภาคและโลก นายVũ Tuấn Phongนักท่องเที่ยวจากจังหวัดQuảng Ninh ประเทศเวียดนามมีความแปลกใจต่อความงามของหมู่บ้านแห่งนี้ เขากล่าวว่า“ผมรู้สึกมีความประทับใจต่อสถาปัตยกรรมของหมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อมองจากไกลๆหมู่บ้านเหมือนตัวอำเภอเมือง ยิ่งเดินเข้าใกล้ ผมก็ยิ่งหลงไหลบ้านยกพื้นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น บ้านและกิจการสาธารณะทุกแห่งก่อสร้างด้วยไม้ และบ้านทุกหลังได้รับการจัดแจงอย่างสมเหตุสมผลซึ่งลานกว้างหน้าบ้านใช้ปลูกดอกไม้ ไม้ประดับและเป็นสถานที่ทำผลิตภัณฑ์หัตถกรรม เครื่องตบแต่งภายในเรียบง่ายแต่ทุกห้องต่างมีเครื่องใช้ไม้สอยที่ครบครัน ลักษณะบ้านเรือนจะปลูกเป็นแถวเรื่อยไป สร้างบรรยากาศชีวิตที่เป็นมิตรและใกล้ชิด”

    วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

    โรคไวรัสอีโบลา

    โรคไวรัสอีโบลา หรือไข้เลือดออกอีโบลา เป็นโรคของมนุษย์ที่เกิดจากไวรัสอีโบลา ตรงแบบเริ่มมีอาการสองวันถึงสามสัปดาห์หลังสัมผัสไวรัส โดยมีไข้ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ จากนั้นมีคลื่นไส้ อาเจียนและท้องร่วงร่วมกับการทำหน้าที่ของตับและไตลดลงตามมา เมื่อถึงจุดนี้ บางคนเริ่มมีปัญหาเลือดออก
    บุคคลรับโรคนี้ครั้งแรกเมื่อสัมผัสกับเลือดหรือสารน้ำในร่างกายจากสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น ลิงหรือค้างคาวผลไม้ เชื่อว่าค้างคาวผลไม้เป็นตัวพาและแพร่โรคโดยไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัส เมื่อติดเชื้อแล้ว โรคอาจแพร่จากคนสู่คนได้ ผู้ที่รอดชีวิตอาจสามารถส่งผ่านโรคทางน้ำอสุจิได้เป็นเวลาเกือบสองเดือน ในการวินิจฉัย ต้องแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันออกก่อน เช่น มาลาเรีย อหิวาตกโรคและไข้เลือดออกจากไวรัสอื่น ๆ อาจทดสอบเลือดหาแอนติบอดีต่อไวรัส ดีเอ็นเอของไวรัส หรือตัวไวรัสเองเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
    การป้องกันรวมถึงการลดการระบาดของโรคจากลิงและหมูที่ติดเชื้อสู่คน ซึ่งอาจทำได้โดยการตรวจสอบหาการติดเชื้อในสัตว์เหล่านี้ และฆ่าและจัดการกับซากอย่างเหมาะสมหากพบโรค การปรุงเนื้อสัตว์และสวมเสื้อผ้าป้องกันอย่างเหมาะสมเมื่อจัดการกับเนื้อสัตว์อาจช่วยได้ เช่นเดียวกับสวมเสื้อผ้าป้องกันและล้างมือเมื่ออยู่ใกล้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าว ตัวอย่างสารน้ำร่างกายจากผู้ป่วยควรจัดการด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
    ไม่มีการรักษาไวรัสอย่างจำเพาะ ความพยายามช่วยเหลือผู้ป่วยมีการบำบัดคืนน้ำ (rehydration therapy) ทางปากหรือหลอดเลือดดำ โรคนี้มีอัตราตายสูงระหว่าง 50% ถึง 90% ของผู้ติดเชื้อไวรัส มีการระบุโรคนี้ครั้งแรกในประเทศซูดานและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ตรงแบบเกิดในการระบาดในเขตร้อนแอฟริกาใต้สะฮารา ระหว่างปี 2519 ซึ่งมีการระบุโรคครั้งแรก และปี 2555 มีผู้ติดเชื้อน้อยกว่า 1,000 คนต่อปี การระบาดครั้งใหญ่ที่สุดจนถึงปัจจุบัน คือ การระบาดของอีโบลาในแอฟริกาตะวันตก พ.ศ. 2557 ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ โดยระบาดในประเทศกินี เซียร์ราลีโอนและไลบีเรีย จนถึงเดือนกรกฎาคม 2557 มีผู้ป่วยยืนยันแล้วกว่า 1,320 คน แม้จะมีความพยายามพัฒนาวัคซีนอยู่ แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีวัคซีน